quote อินโดอีกครั้ง (1) : พุทธศาสนสถาน “บุโรพุทโธ”

“อินโดนีเซียมีอะไรดี” เมื่อก่อนรู้จักแค่ หลี ที่เคยไปมาเมื่อ 2 ปีก่อน แต่หลังๆ เห็นคนไปเที่ยวอินโดกันเยอะขึ้น ทำให้รู้จักอีกหลายที่ไม่ว่าจะเป็นโบรโม่ อีเจี้ยน ฯลฯ แต่อยู่ๆ ก็มาสะดุดที่ “บุโรพุทโธ” สถานที่ที่เคยได้ยินครั้งแรกตอนเรียนชั้นประถม (กี่ปีไม่ต้องถาม) ซึ่งอยู่ที่เมืองยอร์กยาการ์ตา (Yokyakarta) เมืองนี้ยังมีสถานที่ทางศาสนาที่สำคัญอีกหลายแห่งครับ

cover-dscf69731

เกริ่นนำ

เดินทางมาลงที่ สนามบินยอร์ยาการ์ตา (JOG) ครับ ไม่มี direct flight จากกรุงเทพ ส่วนใหญ่ต้องต่อเครื่องที่กรุงจาการ์ตา การเดินทางเที่ยวก็เหมือนๆ บาหลีหรืออินโดส่วนอื่นๆ คือเช่าแท็กซี่หรือ local tour จะสะดวกที่สุดครับ รถสาธารณะก็มีแต่ค่อนข้างยากหน่อยและเสียเวลา หลายคนเช่ารถหรือมอเตอร์ไซด์ขับเที่ยวเองก็แล้วแต่สะดวกครับ

ศาสนสถานที่สำคัญของยอร์กยาการ์ตานั้นมีที่สำคัญที่ต้องมา 2 ที่ คือ บุโรพุทโธ (Borobudur) และ พรัมบานัน (Prambanan temple) ส่วนที่อื่นถ้ามีเวลาก็น่าแวะไปครับ คือ เมนดุต (Mendut Temple), พาวอน (Pawon Temple) และ ภูเขาไฟเมราปิ (Merapi) ใช้เวลาไม่เกิน 2 วันเวลายังเหลือเลยครับ

ส่วนในเมืองไม่ค่อยมีอะไร วังสุลต่านก็ไม่มีอะไรเท่าไร ตลาดก็ไม่ค่อยน่าเดิน ของที่ระลึกก็เป็นพวกผ้าบาติก ซึ่งไกด์บอกเองว่าที่ตลาดในเมืองของคุณภาพไม่ค่อยดีนัก เพราะสีมักจะตกและหด (รวมทั้งก็ไม่ได้ถูกเท่าไร)

map

พุทธศาสนสถานที่นี่มี 3 แห่งที่สำคัญครับ โดยบุโรพุทโธเป็นแห่งที่ใหญ่ที่สุด ทั้งสามที่เรียงกันเป็นเส้นตรง ไม่แน่ใจถึงความหมายเหมือนกัน แต่อาจแสดงถึงเส้นทางสู่ความสงบหรือนิพพาน

Triad temple


บุโรพุทโธ (Borobudur)

เป็นศาสนสถานของศาสนาพุทธที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ไม่นับรวมนครวัดที่เป็นศาสนสถานของศาสนาพุทธ พราหมณ์ฮินดู) สร้างใน พ.ศ. 1393 หรือในศตวรรษที่ 7-9 มีลักษณะคล้ายดอกบัว มีหลายชั้นสูงขึ้นไปคล้ายปิระมิด กว้างด้านละ 121 เมตร สูงประมาณ 123 เมตร มีทั้งหมด 8 ชั้น

Aerial view borobudur

Structure.jpg

  • ส่วนที่ 1 ส่วนฐาน (Kamadhatu; world of desire) เป็นรูปสี่เหลี่ยม กำแพงของชั้นนี้มีภาพสลักนูนต่ำ 160 ภาพ เป็นภาพที่แสดงลักษณะของมนุษย์ที่ยังวนเวียนอยู่ในกิเลสตัณหาและความสุขทางโลก แต่ปัจจุบันเขาสร้างฐานครอบไว้อีกที แต่มีมุมนึงที่ไม่ได้สร้างครอบไว้ในรูปด้านล่าง (มุมด้านซ้ายถ้าเข้าทางประตูทิศตะวันออก)
DSCF6901.jpg
Kamadhatu
  • ส่วนที่ 2 ส่วนกลางมีฐานเป็นสี่เหลี่ยม (Rupadhatu; world of forms) จำนวน 5 ชั้น แต่ละชั้นมีกำแพง 2 ด้านซึ่งมีภาพสลักนูนต่ำโดยรอบรวมๆ แล้วกว่าสองพันชิ้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับพุทธศาสนาและพระพุทธเจ้า ชั้นบนสุดจะเป็นการเสด็จเข้าสู่ปรินิพพาน
DSCF7050.jpg
Rupadhatu
  • ส่วนที่ 3 ส่วนยอดมีฐานเป็นวงกลม (Arupadhatu; world of formlessness) จำนวน 4 ชั้นบน ประกอบด้วยเจดีย์องค์เล็กๆ ทั้งหมด 72 องค์ที่ภายในมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ ส่วนเจดีย์ใหญ่ที่สุด (สูง 31.5 เมตร) อยู่ที่ยอดซึ่งภายในว่างเปล่าเปรียบเสมือกับการที่ไม่มีความผูกพันกับทางโลกอีกต่อไป
DSCF6911.jpg
Arupadhatu

ยอดของเจดีย์หรือสถูปองค์ใหญ่สุดถูกนำมาวางแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์ Karmawibhangga ครับ เพราะฟ้าผ่าบ่อย อาจทำให้เกิดความเสียหายได้ ตอนไปไม่รู้ว่ามีมาวางอยู่ที่นี่เลยไม่ได้เดินหา สงสัยอยู่ทางด้านหลัง เลยไม่ได้เห็น ภาพด้านล่างเอามาจากอินเตอร์เนตครับ

After-Restoration.jpg
สถูปองค์ใหญ่ที่ยังมีฉัตรอยู่ที่ยอด (ซ้าย), ฉัตรที่ถูกนำมาแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์ (ขวา)

บุโรพุทโธ ถูกทิ้งไว้และถูกทำลายโดยภัยธรรมชาติทั้งแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิดและน้ำท่วมมาเป็นเวลานาน จนกระทั่งได้บูรณะขึ้นใหม่ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1855-1983

พระพุทธรูปปางต่างๆ

Buddha.jpg


ดูรูปข้างล่างจากอินเตอร์เนตก่อนไป ก็กลัวเหมือนกันครับเพราะไม่ชอบเดินเที่ยวเวลาคนเยอะๆ แล้วก็ชอบถ่ายรูปแบบไม่ค่อยติดคน เลยมีเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ มาฝาก เผื่อใครอยากได้มุมสวยๆ ถ่ายรูปที่ไม่มีคนหรืออยากเดินดูแบบเพลินๆ ไม่เบียดเสียดกัน แนะนำว่า…

  • มาวันธรรมดาคนจะน้อยกว่าวันหยุด
  • เลือกเวลาที่ไปให้เหมาะสม ผมแนะนำไปดูพระอาทิตย์ขึ้น (ประมาณตี 4 ครึ่ง) และหลังจากนั้นก็เดินเท่ียวรอบๆ ก่อนถึงเวลาเปิด (เปิดเวลา 6.00 น.) คนจะไม่มากครับ ใช้เวลา 2-3 ชม. ก็เดินได้รอบทุกชั้นแล้ว แต่พอหลังเจ็ดโมงจะเริ่มมีคนมาเรื่อยๆ และมากขึ้นๆ ครับ
  • ถ้าไปตอนใกล้ปิดคือหลังบ่ายสามโมงไปแล้ว (ปิดเวลา 17.00 น.) คนก็น้อยเหมือนกัน แต่ถ้าจะเลือกดูพระอาทิตย์ตกแล้วค่อยเดินเล่น อาจจะมืดก่อนและมีเวลาเดินไม่นานครับ เพราะเขาจะเปิดรอบพระอาทิตย์ตกแค่ห้าโมงถึงหกโมงครึ่งเท่านั้น
  • ถ้าดูพระอาทิตย์ขึ้น แนะนำให้ปักหลักอยู่ชั้นที่ 2 ของชั้นที่เป็นเจดีย์ เพราะชั้นที่ 1 จะเตี้ยไป ไม่ค่อยเห็นวิว ส่วนชั้นที่ 3 คนจะเยอะมากและจะถ่ายรูปลงมาติดคนที่อยู่ชั้นที่ 2 ยั้วเยี้ยไปหมด
  • สุดท้ายถ้าอยากได้รูปไม่มีคน คือ อดทนครับ 555 อยากได้มุมไหน ก็ต้องคอยจังหวะดีๆ มันจะมีช่วงคนน้อยๆ อยู่บ้าง (แต่ระวังอย่าเอาตัวเราไปขวางกล้องคนอื่นด้วยครับ ใจเขาใจเรา)

เตรียมตัวเรียบร้อยก็ตามมาเลยครับ

ทางเข้าหลักคือ East entrance ครับ ผมพักที่ Manohara Hotel ซึ่งใกล้กับทางเข้ามาก สามารถเข้าได้สองช่องทางตามลูกศรสีแดงในรูปด้านล่าง ผมเลยเลือกเข้าไปเที่ยวตอนคนน้อยๆ ได้สบาย คือ ตอนเย็นวันแรก และวันรุ่งขึ้นก็ไปดูพระอาทิตย์ขึ้น+เดินเที่ยวต่อ รวมใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงก็เต็มอิ่มครับ เสียค่าตั๋วแค่ดูพระอาทิตย์ขึ้น เพราะถ้าพักโรงแรมนี้จะได้เข้าฟรีในเวลาปกติเป็นเวลา 2 วัน ส่วนค่าตั๋วดูพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกก็ได้ลดราคา หลายคนจะบอกว่าค่าโรงแรมแพงแต่เบ็ดเสร็จหักลบค่าตั๋ว+วิว+ความสะดวกแล้วผมว่าคุ้มครับ (ถ้าจะพักให้รีบจองล่วงหน้าหลายๆ เดือนครับ เต็มเร็วมาก)

Bodobudur map

ค่าเข้าบุโรพุทโธ

Price.jpg

Manohara Hotel

DSCF7266.jpgDSCF6890.jpg

วิวมองจากโรงแรม

DSCF6892.jpg


Borobudur in memories

หลายคนที่อยากมาที่นี่นอกจากจะมาดูความสวยงามและอัศจรรย์ของบุโรพุทโธแล้ว ยังอยากมาเห็นและเก็บภาพบรรยากาศพิเศษในตอนช่วงพระอาทิตย์ขึ้นและตกเช่นเดียวกัน ผมก็คนนึงที่อยากเห็น

Sunset in Borobudur

ผมไม่ได้ซื้อตั๋วเข้าไปดูพระอาทิตย์ตกด้านบน แค่เดินเที่ยวข้างในก่อนเขาจะปิดห้าโมงเย็นเพื่อเก็บบรรยากาศช่วงไม่มีคน แต่โชคดีที่มาได้รูปตอนตะวันตกดินและกลางคืนจากในโรงแรมครับ

DSCF6960DSCF6965DSCF6986

ถ่ายจากในโรงแรมจะมีใบไม้บังหน่อย ไม่งั้นต้องออกไปนอกรั้ว แต่ประตูใกล้ๆ ปิดแล้ว ถ้าจะออกไปต้องเดินไปอีกประตู….ณ ตอนนั้นเดินไม่ไหวแล้วครับ เลยขอตั้งป้อมถ่ายรูปที่สนามหญ้าโรงแรมแทน

DSCF6984

Sunrise in Borobudur

ถ่างตาให้ตื่นตั้งแต่ตีสี่เพื่อไปซื้อตั๋วและรับไฟฉายที่ lobby โรงแรม แล้วก็เดินเข้าไปได้เลยครับ เดินหาทำเลตามใจชอบ แนะนำให้ปักหลักอยู่ด้านตะวันออก (ฝั่งที่เดินเข้ามานั่นแหละครับ) ณ ชั้นที่มีเจดีย์ชั้นที่ 2 เพราะชั้นที่ 1 จะเตี้ยไป ไม่ค่อยเห็นวิว ส่วนชั้นที่ 3 คนจะเยอะมากและเวลาถ่ายรูปลงมาจะติดคนที่อยู่ชั้นที่ 2 ยั้วเยี้ยไปหมด

หลังจากได้ที่มั่นแล้ว ก็รอๆๆ ปรากฎว่าวันนั้นฟ้าปิด…เซ็งไปนิดนึง เลยได้แค่เงาหมอกและแสงรำไรที่ลอดผ่านเมฆออกมา

DSCF6997

หลังจากหมดหวังกับพระอาทิตย์ดวงกลมๆ สีส้มๆ ก็เริ่มเดินสำรวจรอบๆ ครับ ได้แสงนี้มาทางด้านทิศเหนือตอนเกือบๆ หกโมงเช้า

DSCF7001DSCF7047DSCF7039


Getting around Borobudur

DSCF6893.jpg

DSCF6902.jpg
ทางขึ้นฝั่งทิศตะวันออก

วิธีการเดินเที่ยวชม เขาแนะนำให้เดินตั้งแต่ชั้นล่าง ดูเรื่องราวที่ผนังหินโดยเดินวนไปทางขวาทีละชั้นๆ ผมเดินครบทุกชั้นใช้เวลาประมาณเกือบ 3 ชั่วโมง (ถ่ายรูปไปด้วย เดินเอ้อระเหยไปด้วย) แต่ผมเริ่มจากด้านบนก่อนแล้วเดินลงมาแทน

ส่วนฐาน (Arupadhatu)

DSCF7215
มุมหนึ่งของฐานที่มีการบูรณะภาพสลักไว้
DSCF7210
เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับทางโลกที่ยังมีกิเลสตัณหา

DSCF7209

DSCF7205.jpg

ชั้นกลาง (Rupadhatu)

DSCF7078DSCF7082DSCF7098DSCF7097DSCF7061

DSCF7055
ผนังสองด้านมีรูปสลักนูนต่ำเรื่องราวเกี่ยวกับการละกิเลส
DSCF7073.jpg
ซุ้มประตู arch of Kala

ภาพวิจิตรสวยงามมากครับ หลายจุดได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ บางจุดก็มีแค่แท่งหินแทรกคั่นไว้ในส่วนที่ถูกทำลาย เสียดายที่ไม่รู้ว่าภาพไหนสื่อถึงอะไรบ้าง

DSCF7115DSCF7118DSCF7172DSCF7132DSCF7104

DSCF7216.jpg

ชั้นบน (Kamadhatu)

DSCF6916

ในแต่ละเจดีย์หรือสถูป จะมีพระพุทธรูปประดิษฐานภายใน ส่วนใหญ่พระเศียรจะถูกตัดขโมยไป มีอยู่ 2 องค์ที่ไม่มีส่วนยอดครอบไว้ เผยให้เห็นพระพุทธรูปภายในได้ชัดเจน

DSCF6905DSCF6940.jpg

DSCF6908DSCF6936DSCF7034


ที่นี่นอกจากบุโรพุทโธแล้ว ยังมีพิพิธภัณฑ์เล็กๆ 2 แห่งให้เดินดูด้วยครับ ให้ออกมาทางทางออกด้านทิศเหนือ จัดแสดงสิ่งของที่ขุดค้นพบที่นี่และที่อื่นๆ ในอินโดนีเซีย และเรือ แต่มีไม่มากเท่าไร

Karmawibhangga museum

DSCF7231.jpg

 

Samudraraksa Ship Museum

แสดงประวัติและสิ่งที่ถูกค้นพบเกี่ยวกับเรือที่พบที่บุโรพุทโธ

DSCF7222.jpg


Pawon Temple

เป็นวัดเล็กๆ แค่ที่เห็นในรูปด้านล่าง ตอนที่มากำลังปิดบูรณะพอดี เลยไม่ได้เห็นภายนอก แต่ก็ยังให้เข้าชมข้างในได้

DSCF7267.jpg


Mendut Temple

ที่นี่สร้างขึ้นก่อนบุโรพุทโธเสียอีก และเชื่อว่าเก่าแก่ที่สุดด้วย ถูกบูรณะขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1897 ภายในมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ ค่าเข้า 3,500 IDR

DSCF7288DSCF7293

DSCF7300.jpg
ภาพใหญ่บนผนังของวิหาร

รอบๆ ก็ยังมีภาพสลักเรื่องราวเกี่ยวกับนิทานที่มีตัวละครเป็นสัตว์ต่างๆ

DSCF7289
นิทานเรื่องเต่าปากมากกับนกกระสา
DSCF7315
ภาพสลักที่ผนังตรงทางเข้าวิหาร

DSCF7316

ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูป 3 องค์ คือ พระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาท, พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (ด้านขวาขององค์กลาง) และพระโพธิสัตว์วัชรปาณิ (ด้านซ้าย)

DSCF7319DSCF7329


ได้ยินชื่อ “บุโรพุทโธ”​ มาตั้งแต่สมัยเรียนประถม ในที่สุดก็ได้มา ถึงที่นี่จะได้ชื่อว่าเป็นแหล่งท่องเท่ียว แต่ก็เป็นศาสนสถานที่สำคัญ อย่าลืมช่วยกันอนุรักษ์ ไม่ขีดเขียน ไม่แกะอะไรกลับ และสำรวมเวลาเดินเที่ยวและถ่ายรูปนะครับ 🙂

DSCF6893.jpg

ตอนหน้าจะพาไปศาสนสถานของศาสนาฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนิเซีย

“Prambanan”

 

.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s