quote Journey to the underworld : Wieliczka Salt Mine (โปแลนด์)

ของที่ดูไม่มีค่า แต่จริงๆ มีค่ามหาศาล

lostfile_jpg_1710656

เคยได้ยินแต่นาเกลือ เหมืองแร่ เหมืองทอง เพิ่งเคยได้ยินเหมืองเกลือก็ตอนจะได้มาโปแลนด์แล้วหาข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวนี่ล่ะครับ และติดเป็นหนึ่งในที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของโปแลนด์ซะด้วย ลองตามมาดูกันครับ


 เหมืองเกลือ Wieliczka (เวียลิกซ์กา) เป็นเหมืองเกลือที่เก่าแก่ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 ในสมัยโบราณเกลือเป็นแร่ธาตุที่มีค่ามาก เป็นสินค้าที่สำคัญอย่างหนึ่งของโปแลนด์ในสมัยนั้น และยังทำการต่อเนื่องมาถึง 700 ปี (จนถึงปี 2007) ตัวเหมืองอยู่ลึกลงไปประมาณ 300 เมตร แบ่งเป็นทั้งหมด 9 ชั้น ความยาวส่วนของทางเดินในอุโมงค์ (galleries) ยาวกว่า 300 กิโลเมตร และมีโถง (chambers) มากกว่า 3,000 ห้อง ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 1978

salt-mine-depth

การมาที่นี่มักเริ่มต้นกันที่เมืองหลวงเก่าของโปแลนด์ คือ เมือง Krakow (คราครูฟ) ซึ่งจาก Krakow นอกจากเที่ยวในเมืองแล้ว คนมักนิยมไปเที่ยวกันอยู่ 2 ที่หลักๆ คือ Auschwitz (ค่ายกักกันนรกนาซี) และ Salt Mine นี่เองครับ

map

การเดินทาง

สามารถนั่งรถไฟ (ขึ้นที่สถานี Krakow Glowny) หรือรถบัส (ขึ้นที่สถานีรถบัสซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับสถานีรถไฟนั่นเอง) ไปเองได้ครับ โดยไปรถบัสจะดูสะดวกกว่าเพราะป้ายรถบัสอยู่บริเวณหน้าเหมืองเลย

และสามารถไปซื้อตั๋วเข้าที่นั่นได้เลย (แต่ต้องมีไกด์พาเดิน ซึ่งเขาจะจัดกลุ่มให้)

แต่อีกวิธีที่สะดวกกว่าคือ ไปกับทัวร์ครับ ซึ่งมีมากมาย จะเลือกออนไลน์ไปก่อน หรือเดินหาแถวจตุรัสกลางเมือง Krakow (Rynek Glowny) ก็ได้ถ้ามีเวลาซึ่งจะถูกกว่าจองออนไลน์

ผมเลือกซื้อ ทัวร์ที่ออกจาก Krakow โดยจองออนไลน์ไปก่อน ซึ่งทัวร์ส่วนใหญ่มีรถไปรับ-ส่งที่โรงแรมเลยและรวมค่าเข้าเหมืองอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ทัวร์จะมีรอบเช้าครับ แต่บางบริษัทก็มีรอบบ่ายด้วยเช่นกัน (ประมาณบ่ายสองหรือสาม) ใช้เวลาเที่ยวครึ่งวันก็เสร็จ บางทัวร์จะรวบเอา Auschwitz เข้าในวันเดียวก็มีครับ แต่น่าจะเหนื่อยพอควร

ลิงค์ของเหมือง สำหรับรายละเอียดการจองและทัวร์ครับ มีหลายชนิด ลองคลิ๊กเข้าไปดูนะครับ แต่ที่เลือกกันส่วนใหญ่ก็คือ Tourist route

ถ้าไปเองก็เสียค่าเข้า 84 PLN (ปี 2016) คือประมาณเกือบ 800 บาท (ถ้าซื้อทัวร์ที่เริ่มจาก Krakow ส่วนใหญ่จะอยู่ราวๆ 1,200-1,500 บาท)

ผมเลือกทัวร์รอบบ่าย ซึ่งออกจาก Krakow 15.45 น. ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงก็มาถึง พอมาถึงที่นี่จะเห็นอาคารสีเหลืองๆ (Danilowicz Shaft) ซึ่งสร้างครอบตัวเหมืองไว้ด้านบน สร้างในช่วงปี 1635-1640 ทางเข้าจะมีสองทาง คือ ด้านหน้าเป็นของกลุ่มทัวร์ และด้านหลังถ้ามากันเอง

lostfile_jpg_69120
อาคารที่สร้าง “ครอบ” เหมืองไว้ด้านบน (Danilowicz Shaft)

ทัวร์ Tourist route จะได้เดินกัน 3 ชั้น (ลึก 135 เมตร) ครับ เส้นทางประมาณ 2 กิโลเมตร ซึ่งคิดเป็นไม่ถึง 1% ของความใหญ่ยักษ์ของเหมืองแห่งนี้ หลังจากเข้ามาในตัวอาคารเขาจะให้ลงลิฟท์ไปยังชั้น 1 เพื่อเริ่มต้นทัวร์ อากาศภายในอุณหภูมิประมาณ 14 องศาเซลเซียสตลอดทั้งปี ไม่อึดอัดครับ

Map of the underground salt mine

ลิฟท์สไตล์เก่าๆ ตกใจนิดหน่อยตอนลิฟท์กระตุกเลื่อนลงกลัวมันร่วงลงไปเลย แต่แข็งแรงดีครับ

lostfile_jpg_91840lostfile_jpg_34048

ลิฟท์จะพาไปยังโถงแรก คือ Danilowicz Shaft Bottom ซึ่งเป็นจุดเริ่มที่ชั้น 1 ครับ (ดูแผนที่เหมืองด้านบนประกอบนะครับว่าโถงไหนอยู่ตรงไหนชั้นไหนบ้าง) และก็เริ่มเดินตามไกด์ไปเรื่อยๆ ไล่ไปตามแต่ละโถงเลยนะครับ ไม่บรรยายมาก เพราะฟังออกบ้างไม่ออกบ้าง 555 (ข้อมูลบางส่วนได้มาจากหนังสือที่ซื้อมาอ่านต่อนะครับ เพราะคิดว่าคงจำรายละเอียดไม่ได้มาก)

lostfile_jpg_139776


1. Nicholas Copernicus Chamber (ชั้น 1, 64.4 เมตร)

มีรูปสลักซึ่งสร้างเป็นอนุสรณ์ครบรอบวันเกิด 500 ปี (ปี 1973) ให้กับ Nicholas ซึ่งเป็น astronomer ชาวโปแลนด์ซึ่งเคยมาที่เหมืองแห่งนี้สมัยที่เขายังเป็นนักเรียนอยู่เมื่อปี 1493 รูปปั้นต่างๆ ในเหมืองสร้างจากเกลือเกือบทั้งหมดครับ

lostfile_jpg_229376

พื้นก็เป็นเกลือ นะครับ ซึ่งดูเหมือนหินอ่อนมาก ลองเอาไฟฉายวางคว่ำดูที่พื้น จะเห็นว่ามันโปร่งแสง

lostfile_jpg_217280

ทางเดินบางช่วงที่เชื่อมระหว่างโถง จะเป็นผนังและเพดานหินหรือเกลือซึ่งยังเห็นผลึกเกลือเกาะอยู่ลักษณะคล้ายๆ ดอกกระหล่ำเขาเรียกว่าเป็น “cauliflower” หรือผนังบางช่วงก็จะเป็นผนังไม้ซุงขนาดใหญ่

lostfile_jpg_360192lostfile_jpg_294963

ผนังก็เป็นเกลือ เขาให้ลองเอานิ้วจิ้มมาเลียดูได้ แต่ไม่กล้า 555 ไม่รู้มีน้ำลายใครบ้าง

lostfile_jpg_456320

ทางเดินภายในเหมือง ทำอย่างดี เดินสะดวกครับ

lostfile_jpg_171392lostfile_jpg_1576640lostfile_jpg_1561088


2. Janowice Chamber (ชั้น 1, 63.8 เมตร)
มีรูปสลักจากเกลือ ซึ่งเล่าตำนานของ Wieliczka แต่ฟังไม่ทันครับ ไม่รู้เรื่องราวเป็นยังไง

lostfile_jpg_297024


3. Burnt out (Spalone) Chamber (ชั้น 1, 64.3 เมตร)
แสดงถึงอันตรายของการทำเหมือง อย่างหนึ่งคือ อันตรายจากก๊าซมีเทน ซึ่งออกมาจากหินที่ขุดซึ่งก๊าซนี้จะลอยอยู่บนเพดานโถงเพราะน้ำหนักเบากว่าอากาศ จะมีคนงานเหมืองทำการกำจัดก๊าซเหล่านี้โดยการจุดไฟดังที่เห็นในรูป

lostfile_jpg_439680


4. Sielec Chamber (ชั้น 1, 64.5 เมตร)
นอกจากม้าจะมีประโยชน์ในการทำงานแล้ว ยังช่วยเตือนภัยภายในเหมืองได้ สังเกตในรูป คนงานจ้องม้าอยู่ และในมือถือตะเกียงจุดไฟซึ่งจะบ่งถึงสัญญาณเตือนอันตรายจากก๊าซมีเทนได้ด้วย

lostfile_jpg_513792lostfile_jpg_560768

lostfile_jpg_578944
ผนัง เพดาน ล้วนเป็นเกลือทั้งสิ้น มีผลึกเกลือเกาะหนา บางต่างๆ กันไป

lostfile_jpg_245632


5. Casimir The Great Chamber (ชั้น 1, 63.3 เมตร)
lostfile_jpg_658560

ประโยชน์ของม้าอย่างหนึ่งในการชักรอกเกลือที่ขุดได้

lostfile_jpg_627136lostfile_jpg_691904


6. Kunegunda Gallery (ชั้น 1, 64.5 เมตร)
แสดงรูปจำลองการทำเกลือ ไม่ได้ถ่ายรูปมา

7. Pieskowa Skala Chamber (เป็นส่วนเชื่อมชั้น 1 และ 2, 65-90.7 เมตร)
มีแกนหมุนชักรอกเพื่อขนเกลือด้วยแรงคน

lostfile_jpg_740288lostfile_jpg_724160


8. Kunegunda Traverse (ชั้น 2, 90.7 เมตร)
มีรูปสลักหินเกลือแสดงการขนน้ำจากใต้ดิน ซึ่งเครื่องมือเป็นเครื่องมือจริง หุ่นนี้เคลื่อนไหวได้

lostfile_jpg_823680lostfile_jpg_806016


9. The Kuegunda Shaft Bottom (ชั้น 2, 90.8 เมตร)
รูปสลักแสดงการทำงานภายในเหมือง มีไฟสีสันสวยเลย

lostfile_jpg_840960


10. The Holy Cross Chapel (ชั้น 2, 91 เมตร)
มีรูปสลักไม้ของพระเยซู และ Our Lady the Victorious

lostfile_jpg_930368

lostfile_jpg_900288
โคมไฟทำด้วยเกลือคริสตัล
lostfile_jpg_870464
Our Lady the Victorious

11. St. Kinga’s Chapel (ชั้น 2, 91.6-101.4 เมตร)
เป็นโถงที่ใหญ่มาก ที่นี่ถ้าจะถ่ายรูปต้องเสียเงินเพิ่มคนละ 10 PLN ครับ มีรูปสลักหลายชิ้นมาก และมีโคมไฟแชนเดอเลียซึ่งทำจากผลึกเกลือ (salt crystal) ด้วย

lostfile_jpg_957888lostfile_jpg_1259584lostfile_jpg_1005184

Monument of Pope John Paul II

lostfile_jpg_1405312lostfile_jpg_1373312

St. Kinga’s Chapel

lostfile_jpg_1196288lostfile_jpg_1078656

Heart of Jesus

lostfile_jpg_1147456

Massacre of the Innocents

lostfile_jpg_1048000

Flight into Egypt

lostfile_jpg_1063232

The Last Supper

lostfile_jpg_1117184

last-supper
เทียบกับรูปจริงโดย Leonardo Da Vinci ซึ่งแสดงอยู่ที่โบสถ์ Santa Maria delle Grazie (Milan)

Doubting Thomas

lostfile_jpg_1180288

Golgotha

lostfile_jpg_1226624

Resurrection Chapel

lostfile_jpg_1273856

lostfile_jpg_1420608


12. The Erazm Baracz Chamber (ชั้น 2, 100.4 เมตร)
Salt Lake

lostfile_jpg_1436480


13. The Michalowice Chamber (ชั้น 2, 108.8 เมตร)

lostfile_jpg_1501760


14. The Drozdowice Chamber (ชั้น 2, 110.6 เมตร)
ห้องนี้เป็นจุดพัก มีร้านของของที่ระลึกเล็กๆ รูปสลักของคนทำงานเหมือง และพิพิธภัณฑ์ย่อยๆ

lostfile_jpg_1518336
รูปสลักคนทำเหมืองนี้หนัก 3 ตัน หนักว่าช้าง 3 ตัวรวมกันอีก

15. The Weimar Chamber (ชั้น 2, 110 เมตร)
เป็นโถงที่พื้นถูกน้ำท่วมกลายเป็นทะเลสาบย่อยๆ ที่นี่มีการแสดงแสงเสียงเล็กน้อยแบบสั้นๆ ครับ แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมาครับ เพราะเขาปิดไฟมืดก่อนแสดง เลยไม่กล้ากดถ่าย

รูปสลักระหว่างทางเดิน เป็นบุคคลสำคัญหลายๆ ท่าน แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นใครบ้าง


16. The Jozef Pilsudski Chamber (ระหว่างชั้น 2-3, 120-130.9 เมตร)
มีรูปสลักของ St. John Nepomucen

lostfile_jpg_1634624


เสร็จจากตรงนี้ก็จะใกล้ทางออกแล้วครับ ส่วนใหญ่ของชั้น 3 จะเป็นจุดพัก มีร้านอาหารเล็กๆ ห้องจัดเลี้ยง และร้านขายของที่ระลึก

17. Stanislaw Staszic Chamber (124.7 เมตร)

เป็นโถงที่มีขนาดใหญ่ สูงถึง 36 เมตร เห็นลิฟท์อยู่ทางขวา

lostfile_jpg_1694784
มองขึ้นไปบนหลังคาโถงซึ่งสูงถึง 36 เมตร
lostfile_jpg_1768448
ที่นั่งพัก ร้านขายของที่ระลึกเล็กๆ ภายในโถง

18. The Warden (124.7 เมตร)

lostfile_jpg_1795584lostfile_jpg_1740288


19. The Warsaw Chamber (122.5 เมตร)

เป็นโถงกว้าง สามารถใช้เป็นที่จัดงานเลี้ยง งานแต่งงานได้

lostfile_jpg_1825408


20. St. John’s Chapel (ชั้น 3, 135 เมตร)

lostfile_jpg_1842240

ทัวร์ก็จะสิ้นสุดกันตรงจุดนี้ครับ เดินต่อไปอีกหน่อยเพื่อไปขึ้นลิฟท์ขึ้นไปยังจุดตั้งต้นของเราตอนแรก

lostfile_jpg_1812032lostfile_jpg_1874560lostfile_jpg_1891200


ใช้เวลาตั้งแต่เริ่มออกจาก Krakow จนถึงกลับที่พัก รวมประมาณ 4 ชั่วโมงครับ ได้เห็นสิ่งแปลกตา และความยิ่งใหญ่ของเหมืองที่เกิดจากมนุษย์ทำ มีการจัดการท่องเที่ยวที่เป็นระบบระเบียบดีครับ

ปิดท้ายด้วยรูป Wieliczka Salt Mine ยามค่ำคืนครับlostfile_jpg_1919232

ที่โปแลนด์คนอาจไม่ค่อยได้มาเที่ยว แต่เป็นประเทศที่มีเสน่ห์เมืองเก่าอยู่มากครับ สถาปัตยกรรมสวย เมืองไม่ใหญ่ ที่สำคัญปลอดภัยครับ

รีวิวเรื่อง ” 3 เมืองเก่าในโปแลนด์ ” ที่ผมได้ไปมา (Krakow, Poznan และ Wroclaw) จะตามมาเร็วๆ นี้ครับ รอติดตามอ่านได้นะครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s