quote America in memories Ep.3 ~ City life, City light (2)

เมืองทางผ่าน หรือ เมืองลับๆ บางทีก็มีอะไรน่าค้นหา

DSC_7389

เมืองใหญ่ที่ “รู้อยู่แล้ว” มันน่าไป แต่เมืองเล็กๆ ลับๆ (ที่ไม่ค่อยมีคนไป) หรือแค่ทางผ่าน ก็ใช่ว่าจะน่าเบื่อเสมอไปครับ ลองออกไปค้นหากันดูครับ

Map 2ภาพ : https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Map_of_USA_showing_state_names.png


เปิดโลกมายา ณ  Los Angeles

เมืองนี้เป็นศูนย์กลางของความบันเทิงก็ว่าได้ พูดถึงเมืองนี้ คงคิดถึงกันแต่ดาราและหนัง Hollywood และเป็นที่ๆ จัดเทศกาลหนังที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ Oscar แต่เมืองนี้ก็ยังมีอีกหลายอย่างให้ค้นหาครับ

Hollywood ~ เป็นย่านเล็กๆ ที่รวมสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับวงการ Hollywood ไว้ ทั้ง Madame Tussauds, พิพิธภัณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับวงการ Hollywood, Hall of Fame, สถานที่จัดงาน Oscar

DSC_7484DSC_7428DSC_7312DSC_7340

Dolby Theatre สถานที่จัดงาน Oscar สามารถซื้อตั๋วเข้าชมด้านในที่ใช้จัดงาน Oscar ได้ แต่ไม่สามารถถ่ายรูปได้

DSC_7547

Hollywood Museum จัดแสดงเสื้อผ้า สิ่งของต่างๆ ที่ใช้ในหนังดังๆ ของ Hollywood

DSC_7626

ใบมรณบัตรของมาริลีน มอนโรใน Hollywood Museum

DSC_7562

นอกจากย่านความบันเทิงด้านบนแล้ว หลายคนที่มาที่ LA ย่อมจะพลาดสวนสนุกชื่อดังไปไม่ได้ ที่นี่จะมี 2 ที่ คือ Disneyland และ Universal Studio ผมเคยไปแต่ Universal Studio เพราะรถเมล์ไปถึง

DSC_7117DSC_7060DSC_7090

ชายหาด Santa Monica เป็นหาดที่มีชื่อเสียงของ LA คนเยอะ แต่ไม่สวยเลย 555 คนเยอะ วุ่นวาย มีสวนสนุกเล็กๆ ตั้งอยู่ และใกล้ๆ กันมีถนนช้อปปิ้งอยู่ด้วย ชื่อ Third Street Promenade

DSC_7640DSC_7695

บริเวณ downtown ของ LA ไม่ค่อยมีอะไรให้เดินเที่ยวนัก และแถวนี้ต้องระวังคนไร้บ้านไว้ด้วยนะครับ เยอะเลยโดยเฉพาะตามร้านแมคโดนัลด์ สถานีรถไฟใต้ดิน

Walt Disney Concert Hall

DSC_7751DSC_7755

นอกจากสองที่นี้แล้ว ยังมีที่เที่ยวอีกหลายที่นะครับที่ผมไม่ได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยือน เช่น ย่านช้อปปิ้งอย่าง Rodeo, Beverly Hills ซึ่งมีบ้านดาราดังๆ มากมาย, Griffith Observatory (พิพิธภัณฑ์และจุดชมวิวเมือง) หรือการเดิน hiking ไปยังป้าย Hollywood เป็นต้นครับ


กินลมชมพระอาทิตย์ตกที่  Santa Barbara

มาซานฟรานและแอลเอ ไม่ควรพลาดที่จะแวะชมเมืองเล็กๆ ที่อยู่ระหว่างทาง (ไม่ว่าจะนั่งรถไฟหรือขับรถก็สามารถแวะได้ครับ) ซึ่งก็คือ Solvang และ Santa Barbara

Santa Barbara เป็นเมืองยอดนิยมของนักท่องเที่ยวแถบแคลิฟอร์เนียอีกที่นึง ไม่ว่าจะเป็นจุดแวะพัก มาพักผ่อนหย่อนใจแถบชายหาดและทะเล มีพิพิธภัณฑ์ศิลปะเล็กๆ สวนสัตว์ ร้านอาหารมากมาย ที่เมืองนี้จะมีสองส่วนหลักๆ คือส่วน downtown และท่าเรือ/ชายหาด ซึ่งน่าเดินเที่ยวมากทั้งสองส่วน

เมืองมีภูเขาเป็นฉากหลังDSC_1798DSC_1900

County Courthouse สามารถขึ้นชมวิวที่หอนาฬิกาด้านบนได้DSC_1885

ชายหาดและท่าเรือของเมือง

DSC_2039DSC_1973DSC_2007DSC_2095


Solvang ~ เมืองทางผ่านที่ไม่ควรผ่านเลยไป

เป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่ใน Santa Ynez Valley ใน Santa Barbara County ลักษณะสิ่งก่อสร้างและร้านค้าจะตกแต่งแบบน่ารักๆ สไตล์แดนิส (เดนมาร์ก) และมีกังหันลมเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของเมืองนี้

DSC_1695DSC_1703DSC_1723DSC_1737DSC_1763


The Midwest ~ ประตู (ลับ) สู่อเมริกาตะวันตก

เมืองที่มีชื่อของภูมิภาค Midwest คือ St Louis และ Kansas City สองเมืองนี้ผมมีโอกาสได้ไปเยือนในเวลาสั้นๆ ในช่วงฤดูหนาว เลยมีแต่ความแห้งและหิมะ แต่ก็สวยไปอีกแบบครับ

St.Louis เป็นเมืองเล็กๆ (และเล็กลงเรื่อยๆ จากจำนวนประชากรที่น้อยลงเรื่อยๆ) อยู่ในรัฐ Missouri  ช่วงแรกของประวัติศาสตร์ เมืองนี้เป็นของสเปนและเป็นท่าเรือและเมืองอุตสาหกรรมที่สำคัญ และได้ชื่อว่าเป็นประตูสู่แผ่นดินทางตะวันตกของอเมริกา โดยมีการสร้างสัญลักษณ์ที่สำคัญ คือ Gateway Arch คล้ายๆ ประตูที่เปิดออกไปทางตะวันตก เมืองนี้เพิ่งฉลองครบ 250 ปีไปเมื่อปี 2014

Gateway Arch เป็นสัญลักษณ์สำคัยของเมืองนี้ หุ้มด้วย Stainless Steel เป็นรูปโค้งคล้ายประตูที่เหมือนเป็นทางเปิดสู่อเมริกาฝั่งตะวันตก สร้างเสร็จเมื่อปี 1965 ภายในมีลิฟต์ซึ่งวิ่งขึ้นตามโค้งของ arch ไปยังชมวิวเมืองจากด้านบนได้ครับ

DSC_3340DSC_3393DSC_3274DSC_3256

The Old Courthouse สามารถเข้าชมได้ฟรี มีพิพิธภณฑ์เล็กๆ แสดงงานศิลปะ แต่…ปิด (รอบนี้มาพิพิธภัณฑ์พร้อมใจกันปิดหมดเลย..)

DSC_3226

วิวของ courthouse จากด้านบนของ arch

DSC_3361DSC_3238

Missouri Botanical Garden หรืออีกชื่อคือ Shaw’s Garden ตั้งขึ้นเมื่อปี 1859 เป็นสวนขนาดใหญ่ ประกอบไปด้วยสวนประเภทต่างๆ มากมาย เนื่องจากมากันตอนฤดูหนาว มันเลยแห้งโกร๋นหมด ไม่มีดอกไม้ ใบไม้เลย แต่สามารถจินตนาการถึงความสวยงามตอนฤดูใบไม้ผลิกับฤดูร้อนได้ไม่ยากรับ เสียดายมากเหมือนกัน ถ้ามาตอนนั้นคงสวยมากและเดินได้ทั้งวันเลย

DSC_3286DSC_3305DSC_3327

St.Louis Art Museum

DSC_3482

The Cathedral Basilica of Saint Louis เป็นโบสถ์ที่สร้างเมื่อปี 1914 ความสวยงามของโบสถ์นี้คือ เพดานภายในมีรูปภาพและลวดลายที่เกิดจากการต่อกระเบื้องชิ้นเล็กๆ แบบ mosaic

DSC_3398DSC_3416DSC_3455


Kansas City (KC) อยู่ในรัฐ Missouri เป็นเมืองเล็กๆ ที่เป็นประวัติศาสตร์ของเพลง Jazz และ Blues และมีชื่อเสียงในเรื่องของบาร์บีคิว (Kansas City-style barbecue) นอกจากนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งน้ำพุ (City of Fountains) เพราะมีน้ำพุจำนวนมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก รองจากกรุงโรม

DSC_3629

แต่ฤดูหนาว น้ำพุปิดครับ….:(

DSC_3666DSC_3673

ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่จะมาเที่ยวที่นี่ (ทั้ง Kansas และ St.Louis) น่าจะเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน เพราะมีดอกไม้ประดับประดาตามที่ต่างๆ สวยงาม น้ำพุก็เปิดครบ อีกช่วงน่าจะเป็นฤดูใบไม้ร่วงช่วงใบไม้เปลี่ยนสี

แต่ผมมาช่วงฤดูหนาว…ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่น่ามาที่สุดแล้ว 555 เพราะแห้งแล้ง หนาว น้ำพุก็ปิดหมด น้ำในบ่อก็สูบออกหมด หิมะก็ตก…ช่วงที่มามีพายุหิมะเข้าพอดี แต่ก็ยังมีแต่ก็ยังมีความโชคดีบนความซวยอยู่บ้าง วันรุ่งขึ้นเมืองเลยถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวสะอาด ก็เป็นวิวที่สวยแปลกตาไปอีกแบบ ไม่งั้นคงเห็นแต่หญ้าแห้งๆ เมืองแล้งๆ

DSC_3489DSC_3571DSC_3653

ที่ KC ตรงส่วนของ downtown มีที่ให้เที่ยวไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะเป็น office ที่ทำงานซะมากกว่า ส่วนแหล่งช้อปปิ้ง จะอยู่ออกไปจาก downtown ที่เขาเรียกกันว่า midtown

Kauffman Center for the Performing Arts เป็นที่จัดการแสดงหลายอย่าง ด้านนอกสวยดี

DSC_3577

The Nelson-Atkins Museum of Art ค่าเข้าฟรี แต่ไม่ได้เข้าไปดูครับ เดินดูแต่รอบนอก ที่นี่มีรูปปั้นศิลปะอยู่รอบนอกประปราย ที่โดดเด่นคือ ลูกขนไก่ยักษ์ ด้านหน้าสามลูก และด้านหลังหนึ่งลูก

DSC_3520DSC_3565

รูปปั้น The Thinker ที่มีหลายที่ในโลก ที่นี่ก็มีDSC_3545

The National World War I Museum ซึ่งอยู่ใน Liberty Memorial เปิดตั้งแต่ปี 1926 จัดแสดงเรื่องราวทั้งหมดของสงครามโลกครั้งที่ 1 ส่วนพิพิธภัณฑ์ของสงครามโลกครั้งที่สองจัดแสดงไว้ที่ New Orleans รัฐ Louisiana

DSC_3589DSC_3593

จุดชมวิวเมือง ~ จุดที่มองเห็นเมืองในมุมกว้างก็เป็นจุดที่มีรูปปั้น The Scout อยู่ รูปปั้นนี้ได้จัดแสดงที่งาน Panama-Pacific International Exposition ที่ซานฟรานในปี 1915 (ซึ่งในซานฟรานเองสิ่งก่อสร้างที่เหลืออยู่ตอนนี้คือ Palace of Fine Art ครับ) และหลังจากนั้นก็ย้ายมาตั้งที่นี่ (Penn Valley Park, Kansas City)

DSC_3608panoDSC_3601


ความสวยงามมีอยู่ในทุกสถานที่ที่ไป อยู่ที่เราจะมองมุมไหนและเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ หรือเปล่า

อย่าลืมติดตาม episode หน้าที่จะเล่าเรื่องเมืองทางฝั่งตะวันออกซึ่งจะเป็นกระทู้สุดท้ายในชุด City life, City light ก่อนที่จะพาไปตะลุย National park และที่เที่ยวธรรมชาติอื่นๆ กันต่อครับ

One comment

  1. […] ปิดท้ายซีรีย์อเมริกานี้ด้วย Hearst Castle ปราสาทอันหรูหราของ Hearst เป็นเหมือนทางผ่านจาก San Francisco ไปยัง Los Angeles จากตรงนี้ไป สามารถย้อนกลับ San Francisco ได้ทางเส้น 101 หรือจะขับต่อลงไปยัง Solvang – Santa Barbara – Los Angeles ได้ครับ (America in memories Ep.3) […]

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s