เยอรมันเมืองรอง 2018: Berchtesgaden

Berchtesgaden เมืองเล็กๆ ชายติ่งสุดขอบทางตะวันออกเฉียงใต้ในแคว้นบาวาเรียของเยอรมัน ถึงจะเป็นเมืองเล็กแต่ก็เป็นจุดหมายปลายทางในฝันของหลายๆ คนเหมือนกันนะครับ

แคว้นบาวาเรียมีเมืองหลวงคือมิวนิก (Munich) เมืองใหญ่ที่ใครๆ หลายคนก็รู้จัก แต่แถบนี้ยังมีเมืองและหมู่บ้านรอบๆ ที่เดินทางไม่ไกลให้แวะเวียนมาเที่ยวกันหลายที่ทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น….

แผนที่แคว้นบาวาเรีย
  1. Hohenschwangau ที่นี่หลายคนคงรู้จักดีเพราะเป็นที่ตั้งของต้นแบบปราสาทในเทพนิยายของ Walt Disney คือ Neuschwanstein Castle
  2. Fussen เมืองเล็กๆ ที่เหมือนเป็นจุดแวะพักเริ่มต้นเพื่อไปเที่ยวปราสาท Neuschwansein
  3. Berchtesgaden เมืองเล็กชายขอบของเยอรมัน อยู่ในตำบล Berchtesgadener Land ที่นี่มีเสน่ห์และสวยมาก ควรค่าแก่การแวะมาอย่างยิ่ง
  4. Ramsau เป็นเมืองเล็กๆ อยู่ไม่ไกลจากเมือง Berchtesgaden แค่ประมาณ 10 กิโลเอง
  5. Dachau เมืองนี้ถ้าใครติดตามประวัติศาสตร์อันโหดร้ายของฮิตเลอร์ รับรองว่าน่าจะรู้จัก เพราะเป็นที่ตั้งของค่ายกักกันนาซีอันโหดร้าย

กระทู้นี้เราไปกันที่ “Berchtesgaden” กันก่อนครับ

ลิงค์เมืองอื่นๆ

  • Ramsau >>> (coming soon)
  • Fussen และปราสาท Neuschwanstein >>> (coming soon)
  • Dachau Concentration Camp >>> (coming soon)

แผนที่และจุดท่องเที่ยว

Berchtesgaden (อ่านว่า “แบร์ชเทิสกาเดิน” ตามวิกิพีเดีย) หลายคนมาที่นี่เป็นแบบ one-day trip แต่ๆๆๆ เตือนไว้ก่อนครับว่า “ไม่พอ” ผมแนะนำว่าน่าจะค้างอย่างน้อย 1 คืน เพราะมีหลายที่ที่น่าสนใจ แต่ถ้าจะเอาให้ครบหรือเดินทางในเมืองด้วยรถบัสสาธารณะ อาจต้องอยู่ 2-3 คืน ที่เท่ียวรอบๆ ตัวเมืองที่น่าสนใจและหมายเลขรถบัส ตามรูปด้านล่างครับ กระทู้นี้จะพาไป 4 ที่แรกกันก่อน

  1. ทะเลสาบ Konigssee
  2. ยอดเขา Jenner (Jennerbahn)
  3. เหมืองเกลือ Salzbergwerk
  4. จุดชมวิว Eagle’s Nest
  5. ช่องเขา Wimbachklamm
  6. หมู่บ้าน Ramsau bei Berchtesgaden
  7. ทะเลสาบ Hintersee

  • ถ้าไม่มีเวลาจริงๆ ตามความเห็นส่วนตัวแนะนำว่าสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเลย คือ ทะเลสาบ Konigssee (4-5 ชั่วโมง) และ Wimbachklam (2 ชั่วโมง) ครับ
  • ขนาดผมนอนแถวนี้ 2 คืน มีเวลาเที่ยวเต็มๆ ที่ Berchtesgaden และ Ramsau 2 วัน ยังเที่ยวไม่ครบเลยครับ อาจเป็นเพราะนั่งรถบัสด้วย อาจมีเสียเวลารอรถบ้างและวันอาทิตย์รอบก็จะน้อยหน่อย เลยไม่ได้ไป Eagle Nest และเหมืองเกลือ

การเดินทางในเมือง

  1. ขับรถ สะดวกสุด เร็วสุด ไม่ต้องรอรอบรถ
  2. รถบัสสาธารณะ (รถเมล์) มีหลายสาย สามารถดูรอบรถบัสได้ที่ป้ายที่สถานีรถครับ รถมาค่อนข้างตรงเวลา (อาจมีสายนิดหน่อย) บนรถมีจอทีวีบอกสถานีชัดเจนไม่ต้องกลัวลงผิด และสามารถขึ้นไปจ่ายเงินกับคนขับรถได้เลยครับ
รถเมล์ในเมือง
  • แต่!!! ราคารถเมล์แพงมาก ผมลองขึ้นแบบเสียเงินเองอยู่ครั้งนึง จาก Berchtesgaden Hbf ไปแค่ Ramsau (ระยะทางไม่ถึง 10 กิโล) โดนไปเกือบสิบยูโรได้มั้ง (จำราคาแน่นอนไม่ได้แล้ว แต่จำได้ว่าตกใจตอนจ่ายเงิน 555) อย่าเพิ่งตกใจครับ ไม่ต้องห่วง ที่นี่เขายังปรานีนักท่องเที่ยวอยู่ เราสามารถขึ้นรถฟรีได้ (แบบถูกต้องตามกฎหมาย) โดยวิธีต่อไปนี้ครับ…
  1. ใช้ Bayern ticket – ปกติเวลาเราซื้อตั๋วรถไฟไปเมืองต่างๆ ในบาวาเรีย มันมักจะเป็น Bayern ticket โดยอัตโนมัติอยู่แล้ว เราสามารถใช้ตั๋วนี้ขึ้นรถเมล์หรือรถไฟท้องถิ่นได้ฟรีตลอดทั้งวัน แต่เช็คดูด้วยนะครับว่า Bayern ticket ของเรามันเริ่มใช้ได้กี่โมง เพราะรายละเอียดก็จะแตกต่างกันตามชนิด เช่น เป็น night ticket, วันหยุด, วันธรรมดา เป็นต้น
  2. ถ้าเราพักที่โรงแรมใน Berchtesgaden หรือ Ramsau – เขาจะให้ “บัตรเบ่ง” ที่จะทำให้เราขึ้นรถเมล์ในเมืองได้ฟรีทุกสาย กี่เที่ยว กี่วันก็ได้ตราบใดที่เรายังไม่ check-out (แต่ถ้า check-out ตอนเช้าแล้วฝากกระเป๋าไว้เพื่อออกเที่ยวรอบๆ ต่อ ก็ยังขอเขาใช้บัตรต่อได้นะครับ ค่อยเอาบัตรมาคืนตอนมาเอากระเป๋า)
  3. ข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติม (จากคุณ PKL ใน pantip.com ครับ)
    ตั๋ววันของรถเมล์ RVO-Bus – เรียกว่า Tageskarte หรือ Tagesticket สามารถซื้อตั๋ววันที่คนขับรถได้เลย (ราคาปี 2018 คือ 10.20 ยูโร) สามารถขึ้นรถเมล์ใน Berchtesgaden สายไหนก็ได้และกี่เที่ยวก็ได้ไม่จำกัดใน 1 วัน อ่านรายละเอียดและดูตารางรถ ได้จาก เว็บนี้ ครับ

ที่พัก

ถ้ามาค้างที่นี่ มีหลายตัวเลือก แต่ผมแนะนำตัวเลือกด้านล่างครับ ตอนนั้นผมไปพัก 2 คืนคือที่ Berchtesgaden คืนนึงและ Ramsau อีกคืนนึง (จริงๆ เลือกพักที่เดียวตลอดเลยก็ได้ถ้าไม่อยากขนของ เพราะมันใกล้กันมาก นั่งรถแป๊บๆ ก็ถึง แต่ผมอยากเปลี่ยนบรรยากาศ 555) จองผ่าน booking.com ดีสุดละ

  1. Berchtesgaden ผมพักที่ Gastehaus Achental ราคาเป็นมิตร อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ อาหารเช้าดีงาม ห้องเก่าไปนิดแต่สะอาดดี
  2. ทะเลสาบ Konigssee มี 2-3 โรงแรมให้เลือก บรรยากาศยามไร้นักท่องเที่ยวช่วงเช้าและเย็นคงสงบโรแมนติกน่าดู
  3. Ramsau ผมพักที่นี่อีกคืนนึงชื่อ Bergbach ที่นี่ดีมากอีกเหมือนกันแต่ทำเลไม่ได้อยู่ใกล้ตัวหมู่บ้านเพราะตอนจองดูแผนที่ผิดไปนิดนึง ไว้บอกพิกัดในกระทู้ต่อไปครับ
  4. ทะเลสาบ Hintersee ถ้านอนที่นี่อาจได้เห็นไอหมอกลอยเหนือพื้นน้ำในช่วงเช้ากับบรรยากาศของทะเลสาบเงียบสงบรายรอบด้วยป่าและภูเขา  น่าจะฟินไม่น้อย (อันนี้จินตนาการเอาครับ จากที่ไปแวะถ่ายรูปช่วงเช้า บรรยากาศมันดีมากจริงๆ)
โรงแรม Gastehaus Achental ที่ผมพัก อยู่ริมทางรถไฟ ตอนข้ามถนนก็น่ากลัวนิดนึง

ทะเลสาบ Königssee

ทะเลสาบ Königssee (เคอนิกซี) อยู่ในอุทยานแห่งชาติ Berchtesgaden เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็ง (glacier) บนภูเขาโดยรอบ ทำให้น้ำมีสีเขียวฟ้าสวยงาม สามารถล่องเรือ ferry เที่ยวชมธรรมชาติโดยรอบได้ ที่นี่เขาใช้เรือไฟฟ้าทำให้ไม่มีมลภาวะและมลพิษต่อสภาพแวดล้อม นอกจากนี้ยังมีบริการให้เช่าเรือพายเล่นใกล้ๆ ได้ด้วย

นั่งรถเมล์สาย 846 มาถึงป้าย Konigssee ซึ่งเป็นป้ายรองสุดท้าย (รถจะไปสิ้นสุดที่ป้าย Jennerbahn) จะเห็น information center, สวนหย่อมเล็กๆ และร้านขายของที่ระลึกมากมาย จากจุดนี้เดินไป Jennerbahn ก็ได้ครับ (ประมาณ 10-15 นาที) หรือจะรอนั่งรถเมล์ต่อไปก็ได้

ผลึกเกลือ

เดินมาไม่ไกลก็ถึงท่าเรือ มีโรงแรมและร้านอาหารอยู่ใกล้ๆ


ล่องเรือ

การล่องเรือเที่ยวในทะเลสาบมีได้แค่สองวิธี เขาจะไม่ให้เอาเรืออื่นลงเพราะจะทำให้เกิดมลพิษกับน้ำ จะอนุญาตเฉพาะเรือไฟฟ้าและพายเรือเองเท่านั้น

เรือเฟอรรี่ไฟฟ้า
ใครอยากพายเองก็เช่าเรือพายเล่นได้ แต่น่าจะพายไปได้ไม่ไกล

แผนที่นั่งเรือเฟอร์รี่ตามรูปด้านล่างครับ จะมี 2 stops คือที่โบสถ์ St. Bartholoma และ Salet จากท่าเรือ Salet นี้สามารถเดินต่อไปยังทะเลสาบเล็กๆ ชื่อ Obersee ได้ครับ (ใช้เวลาเดินประมาณ 10-15 นาที) จะไปแค่ครึ่งทางหรือทั้งสองจุดก็ได้ ซื้อตั๋วตามระยะทางที่เราจะแวะ แต่ฤดูหนาวอาจล่องไปได้ถึงแค่จุดจอดที่โบสถ์เท่านั้น แต่ถ้าสภาพอากาศไม่ดีเขาก็งดเที่ยวเรือครับ เช็คตารางเรือและวันทำการก่อนได้ ที่นี่ ครับ

แผนที่ล่องเรือเฟอร์รี่

มาเที่ยวที่ทะเลสาบต้องเผื่อเวลาหน่อยครับ เพราะแค่นั่งเรือไปกลับเฉยๆ ก็เกือบสองชั่วโมงแล้ว ต้องกะเวลารอเรือ เดินเล่น ถ่ายรูปอีก โดยรวมผมว่าใช้เวลาอย่างน้อยๆ 4 ชั่วโมง ถ้ามาก่อน 10.00 น. นักท่องเที่ยวจะไม่เยอะมาก ต่อคิวขึ้นเรือไม่นานครับ

ท่าเรือตอนเก้าโมงเช้า เงียบเชียบมาก ผิดกับตอนหลังสิบโมงลิบลับ
บรรยากาศริมท่าเรือ

ขึ้นเรือแล้วแนะนำให้นั่งฝั่งขวา (ตอนขาไป) วิวจะสวยกว่าหน่อย เขามีไกด์บนเรือด้วยแต่พูดภาษาเยอรมัน บรรยายไปเขาก็หัวเราะกันไป เราก็ได้แต่นั่งยิ้มๆ เพราะฟังไม่รู้เรื่อง

วิวระหว่างทาง ถ้าได้แสงพอเหมาะ จะเห็นน้ำสีเขียวใสกิ๊ก สวยมากๆ

แต่ถ้าย้อนแสงหรือเมฆเยอะ ก็ครึ้มๆ ทึมๆ หน่อย

ที่กลางทางก่อนถึงโบสถ์ เขาจะหยุดเรือและไกด์จะเป่าทรัมเปตให้ได้ยินเสียงสะท้อนไปมา รูปด้านล่างเอามาจากอินเตอร์เนต เพราะถ่ายเองไม่ทัน (คลิ๊กที่รูปเพื่อฟังเป็นไฟล์วิดิโอสั้นๆ ได้ครับ)

นั่งเรือออกมาประมาณครึ่งชั่วโมง และแล้วก็เห็นโบสถ์ที่เป็น landmark ของที่นี่อยู่ลิบๆ และจุดนี้เป็นจุดแรกที่ลงเรือเดินเที่ยวได้

ฟ้าไม่ใสเอาซะเลย รูปขมุกขมัวมาก

อีกมุมหนึ่งของโบสถ์หัวหอม
ท่าเรือ St. Bartholoma

St. Bartholoma

โบสถ์นี้มีชื่อเล่นว่า “โบสถ์หัวหอม” เพราะรูปทรงของหลังคา รอบๆ โบสถ์มี trail สั้นๆ ให้เดินเลาะด้านหลังและตามชายฝั่งทะเลสาบได้ครับ บรรยากาศร่มรื่นดี

จริงๆ แล้วคนไม่น้อยเหมือนในรูปนะครับ จริงๆ เยอะมาก นี่รอจังหวะคนหายแล้วรีบกดถ่าย

ลัดเลาะริมฝั่งทะเลสาบ

ทางเดินรอบๆ โบสถ์

ใช้เวลาเอ้อระเหยกันรอบโบสถ์ประมาณหนึ่งชั่วโมงก็มารอเรือเพื่อไปจุดถัดไป “Salet”

มีน้ำตกสายเล็กๆ ด้วย

ทะเลสาบ Obersee

Obersee เป็นทะเลสาบเล็กๆ เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งเช่นกัน นำ้สีสวย มีวิวเบื้องหลังและด้านข้างเป็นภูเขาสวยดีครับ อารมณ์คล้ายๆ Lake Louise (แคนาดา) และ Pragser Wildsee (อิตาลี) เลย เขาว่าเป็นทะเลสาบที่ใสมาก น้ำนิ่ง ทำให้เห็นเงาสะท้อนของภูเขารอบๆ ได้ชัดเจน แต่ช่วงที่ไปเป็นช่วงบ่าย ย้อนแสงเต็มๆ รูปก็จะมืดๆ ฟุ้งๆ หน่อย เห็นเงาสะท้อนและสีน้ำไม่ค่อยชัด

ท่าเรือ Salet

จากจุดนี้เราก็ต้องเดินต่อไปยังทะเลสาบ ถามว่าคุ้มไหมที่จะเดิน? จริงๆ ก็ไม่ไกลครับ แต่ช่วงบ่ายย้อนแสง ผมว่าถ่ายรูปไม่ค่อยสวย เงาสะท้อนก็ไม่เห็น แต่ไหนๆ มาละ เดินแค่ 15 นาที ทางสบาย ไม่เดินต่อก็มาเสียเที่ยวสิครับ

มีร้านอาหารเล็กๆ ให้นั่งพักหาอะไรกินได้
ระหว่างทางวิวก็สวยไม่ใช่น้อย

Foreground ดำมืดมากเพราะย้อนแสง นี่แต่งรูปเร่งแสงเอา
Foreground ดำมืดมากเพราะย้อนแสง นี่แต่งรูปเร่งแสงเอา

Jennerbahn Cable Car

อีกจุดหนึ่งที่ไม่ควรพลาดคือการนั่งกระเช้าขึ้นไปบนยอดเขา Jenner กระเช้าจะมี 2 ช่วงครับ ช่วงกลางมีจุดพักให้ออกมาชมวิวได้ แต่ไม่เห็นวิวทะเลสาบครับ ต้องขึ้นไปบนยอดอีกที เสียดายตอนที่ไปช่วงกระเช้าด้านบนปิดซ่อม เลยไปได้แค่จุดครึ่งทาง ถึงรู้ว่าจะไม่เห็นอะไรแต่ก็ขึ้น (ฮา) ไหนๆ มาแล้วก็ไปให้หมด สนนราคาแพงเอาเรื่องครับ (18 ยูโรไป-กลับ; ถ้าไม่ขึ้นกระเช้าก็มี trail ให้เดินขึ้นเขาและลงเขาได้ครับ)

ทางเดินจากทะเลสาบไปสถานีกระเช้า ไม่ไกลครับ
สถานีกระเช้า Jennerbahn

มองจากกระเช้าเห็นท่าเรือและทะเลสาบ Konigssee แบบลิบๆ

ถ้าขึ้นได้ไปจนสุดทางจะเห็นวิวบนยอดเขาแบบนี้ครับ แต่ผมอดเพราะกระเช้าช่วงนั้นปิดซ่อมแซม เลยเอาจากอินเตอร์เนตมาให้ดูครับ

ตัวเมือง Berchtesgaden

จากสถานีรถไฟเดินไปไกลนิดนึงครับกว่าจะถึงตัวเมือง (มีขึ้นเนินด้วย) ถ้าใครพักในเมืองและกระเป๋าเยอะก็แนะนำว่าขึ้นรถเมล์ดีกว่า

ลำธารเลียบถนนหน้าสถานีรถไฟ

วงเวียนใหญ่หน้าสถานีรถไฟ มองเห็นวิวภูเขาโดยรอบ

มาเดินเล่นในตัวเมืองกันบ้างครับ ตอนนั้นมาถึงประมาณหกโมงเย็นละ ร้านรวงปิดเกือบหมด นักท่องเที่ยวแทบไม่เหลือ เดินเหงาๆ ชมวิวเมืองไป

อีกสองที่ที่อยากไปแต่เวลาไม่เอื้ออำนวยครับ คือ Eagle’s Nest สถานที่เคยพำนักตากอากาศของฮิตเลอร์ และเหมืองเกลือ ที่มีค่ายิ่งกว่าทองในอดีตกาล ถ้ามีเวลาลองแวะไปตามลิงค์ด้านล่างครับ

Eagle’s Nest (กดลิงค์)

เหมืองเกลือ Salzbergwerk (กดลิงค์)

ที่นี่เด็กๆ น่าจะชอบ มีการเปลี่ยนชุด นั่งรถไฟด้วย


ขอบอกว่าสองวันไม่พอ! ใครชอบชีวิตชนบท เมืองน่ารัก ธรรมชาติสวยงาม โจรน้อย ต้องไม่พลาด “Berchtesgaden” ครับ

About Breathe My World 60 Articles
A man who love travelling the world.

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*