วีซ่าท่องเที่ยวนิวซีแลนด์แบบกลุ่ม (ไม่ยากอย่างที่คิด แต่นานกว่าที่คิด)

วีซ่าท่องเที่ยวนิวซีแลนด์เป็นอีกประเทศที่ไม่ค่อยจะเหมือนประเทศอื่นที่เราคุ้นเคยกัน อย่างเช่น เชงเก้น, สหราชอาณาจักร หรือสหรัฐอเมริกา ตอนแรกจะสับสนหน่อยๆ แต่เอาจริงๆ มันทำให้เราประหยัดและสะดวกพอควรทีเดียวครับ

 

เนื่องจากผมมีประสบการณ์แต่การขอวีซ่าท่องเที่ยวแบบกลุ่มอย่างเดียว เลยขอรีวิวเฉพาะแค่ ประเภทท่องเที่ยวแบบกลุ่ม แต่การยื่นแบบเดี่ยวก็ไม่แตกต่างกันครับ ใช้หลักการเดียวกัน (เป็นข้อมูลปี 2019 ครับ)

ข้อแตกต่างหลักๆ จากวีซ่าประเทศอื่น

  • กรณีที่เดินทางมากกว่า 2 คน (3 คนขึ้นไป) โดยที่ทุกคนต้องเข้าและออกจากนิวซีแลนด์พร้อมกัน สามารถ ยื่นแบบกลุ่ม (group visa application) ได้ จริงๆ วีซ่าประเทศอื่นก็ยื่นกลุ่มได้นะครับ แต่ของนิวซีแลนด์นี่ถ้ายื่นแบบกลุ่มราคาจะถูกกว่ายื่นเดี่ยวครึ่งต่อครึ่งเลย!!!
  • รูปถ่าย ถ่ายเองได้ ไม่ต้องเสียตังค์ไปถ่ายที่ร้านที่ได้มาครึ่งโหลแต่ใช้จริงๆ แค่ 2 รูป
    ส่วนเอกสารอื่นๆ ที่ต้องใช้ ก็คล้ายๆ กันกับของประเทศอื่น ไม่ได้มีอะไรพิเศษ
  • กรอกและ submit ใบคำร้องและเอกสารทั้งหมดได้ทาง online (หรือจะเลือกแบบส่งเอกสารทางไปรษณีย์ก็ได้ แต่ผมว่ายื่น online สะดวกมากๆ)
  • หลังจาก submit คำร้องและเอกสารแล้ว สามารถส่งเล่มพาสปอร์ตไปยังศูนย์บริการได้ทางไปรษณีย์ ไม่ต้องขอคิวนัด ไม่ต้องเดินทางไปยื่นเอง ไม่ต้องลางาน แต่ถ้าใครอยากไปยื่นเองที่ศูนย์ TT Service ก็ยังทำได้ครับ (แต่ค่าบริการจะแพงกว่ายื่นทางไปรษณีย์)
  • วีซ่าเป็นแบบ eVisa จะไม่มีการประทับหรือติดตัววีซ่าใดๆ ในพาสปอร์ต เขาจะให้ส่งเล่มพาสปอร์ตเพื่อสแกนและเก็บข้อมูลเฉยๆ เสร็จแล้วก็ส่งกลับ ดังนั้น การได้เล่มพาสปอร์ตคืนไม่ได้หมายความว่าวีซ่าผ่านนะครับ ต้องรอผลอีกที

ข้อดีของการทำแบบกลุ่ม

  • ราคาถูกกว่าทำแบบเดี่ยว (individual) เกือบ 150 NZD (ถูกกว่า 3,000 บาท!!)
  • สามารถกรอกข้อมูล และ submit ทาง online ได้ หลังจากนั้นส่งเล่มพาสปอร์ตไปยังศูนย์ดำเนินการในไทยทางไปรษณีย์ได้ ไม่ต้องเดินทางไปยื่นเอง ค่ายื่นทางไปรษณีย์ก็ถูกกว่าไปยื่นเองอีก

ข้อเสียของการทำแบบกลุ่ม

  • วีซ่าแบบกลุ่มจะได้แค่ single entry และระยะเวลาแค่ที่เราเที่ยว แต่ถ้าขอแบบเดี่ยวมักจะได้เป็น multiple entry ระยะเวลาแล้วแต่เขากำหนด แต่ที่ได้ยินมาส่วนใหญ่จะได้ประมาณ 1-2 ปี ดังนั้นถ้าวางแผนจะไปหลายครั้งในช่วง 1-2 ปี ก็ทำแบบเดี่ยวน่าจะคุ้มกว่า
  • คนในกลุ่มสามารถเห็นข้อมูลของสมาชิกกลุ่มได้ (เพราะใช้ username และ password เดียวกัน)
  • ทำแบบกลุ่มไม่ได้หมายความว่าจะได้วีซ่ายกกลุ่มนะครับ บางคนในกลุ่มก็อาจจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสถานฑูต

ค่าทำวีซ่าท่องเที่ยวแบบกลุ่ม (ปี 2019)

แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ

  1. ค่าวีซ่า (Immigration costs) จ่ายตอน submit ข้อมูลทาง online เรียบร้อย (หรือถ้าใครไม่ได้ submit ทาง online ก็จ่ายก่อนส่งเอกสารทางไปรษณีย์พร้อมแนบหลักฐานการจ่ายเงินไปด้วย)
  2. ค่าบริการของศูนย์ดำเนินการ TT Service (Receiving centre fees) ที่นี่เขาจะเอาพาสปอร์ตเราไปดำเนินการเก็บข้อมูลภายหลังจากที่เรา submit คำร้องทาง online เรียบร้อยแล้ว ค่าธรรมเนียมแบ่งเป็น processing fee และ courier fee (ค่าส่งพาสปอร์ตกลับ) ซึ่งถ้ายื่นส่งพาสปอร์ตไปทางไปรษณีย์ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ประมาณ 600 บาท ซึ่งถูกกว่าไปยื่นเองที่ศูนย์ (ถ้าไปยื่นเองเขาเก็บประมาณ 800 บาท)

เอกสารที่ใช้

คล้ายๆ กับวีซ่าประเทศอื่นครับ แต่ทุกอย่าง submit ทาง online ได้ ชนิดของไฟล์เป็น pdf ขนาดไม่เกิน 10 MB แต่ถ้าเป็นรูปก็เป็น jpg ขนาดไม่เกิน 3 MB และเนื้อหาเป็นภาษาอังกฤษ ถ้าเป็นภาษาไทย ต้องแปลและมีตราประทับ

เอกสาร คำแนะนำ
ใบคำร้อง กรอก online ได้เลยไม่ต้องดาวน์โหลดแบบฟอร์มมากรอก แต่ถ้าจะส่งไปรษณีย์ก็ต้องดาวน์โหลดแบบฟอร์ม (INZ 1017 และ INZ 1021) ก่อน >>> อ่านเพิ่มเติม
รูปถ่าย

ตามที่สถานฑูตกำหนด (คร่าวๆ คือ 3.5 x 4.5 เซนติเมตร หรือ 900-1200 x 2250-3000 pixel, ขนาดไฟล์ 500 KB-3 MB, พื้นหลังสีอ่อน ไม่ขาว, ข้อดี คือ สามารถใช้มือถือถ่ายเองได้ไม่ต้องไปร้านให้เสียเงิน แต่ต้องจัดท่าจัดผมให้ตรงเกณฑ์เขาด้วยครับ ไม่แต่งรูปจนเกินจริง ไม่ใช้ app หรือ filter) >>> อ่านเพิ่มเติม

สำเนาพาสปอร์ต ได้แก่ หน้าแรก และหน้าอื่นๆ ที่มีวีซ่าประเทศอื่นและการปั๊มตราเข้าออกประเทศ (อันนี้เขาแนะนำกันมาครับว่าให้ถ่ายส่งไปให้หมด)
สำเนาบัตรประชาชน เฉพาะด้านหน้าที่มีภาษาอังกฤษ
หลักฐานการเงิน ได้แก่ Bank guarantee (ขอที่ธนาคาร) และ Bank statement ย้อนหลัง 6 เดือน (ขอ online ได้) ซึ่งจริงๆ ใช้อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ แต่ผมกันเหนียวเลยส่งไปทั้งสองอย่าง
ใบจองตั๋วเครื่องบิน ทั้งขาไปและขากลับ (ใช้ใบจองได้ยังไม่ต้องจ่ายเงิน)
หนังสือรับรองการทำงาน แนะนำให้ระบุเงินเดือน และวันที่ลาหยุดด้วย ถ้าใครไม่มี (เช่น ฟรีแลนด์ ค้าขาย ให้เขียนจดหมายชี้แจงรายละเอียดงานและรายได้)
แผนการเที่ยว (itinerary) เป็นภาษาอังกฤษ (ตัวอย่างตามรูปล่าง) บางรีวิวแนะนำให้เขียนด้วยว่ามีใครเดินทางไปบ้าง ทริปผมมีคนแยกขอวีซ่าเดี่ยว เลยแยกเป็นหัวข้อว่าใครขอแบบกลุ่มและใครขอแยกบ้าง
จดหมายแนะนำ (cover letter) อาจไม่มีก็ได้ แต่ถ้าเรากังวลว่าจะมีเหตุให้เขาสงสัยหรือทำให้วีซ่าไม่ผ่าน ก็ควรเขียนชี้แจงและแนบไปด้วยครับ เช่น วัตถุประสงค์คือไปเที่ยว ไปกี่วัน ไม่ได้นอนโรงแรมแต่นอนรถบ้านเลยไม่มีใบจองโรงแรม, อาชีพเป็นฟรีแลนด์ (ไม่มีจดหมายรับรองการทำงาน), ใครรับผิดชอบค่าใช้จ่าย เป็นต้น
เอกสารที่ไม่ระบุว่าต้องมี แต่ผมว่าส่งไปด้วยก็ดี ได้แก่ ใบจองโรงแรม, ใบจองเช่ารถ, ประกันการเดินทาง
เอกสารที่ไม่ระบุว่าต้องมี และผมว่าไม่ต้องส่งก็ได้ เช่น สำเนาทะเบียนบ้าน (แปลภาษาอังกฤษ) แต่ถ้าไม่มั่นใจเรื่องงานหรือกลัวเขาคิดว่าเราจะกลับมาไหม ให้ส่งไปด้วยก็เพิ่มความมั่นใจครับ, สำเนาใบขับขี่ (ด้านที่มีภาษาอังกฤษ)
ตัวอย่าง itinerary

สรุปขั้นตอน

  1. หัวหน้ากลุ่มสมัคร RealMe account
  2. กรอกข้อมูลของแต่ละคนในกลุ่ม และ submit
  3. หัวหน้ากลุ่ม submit คำร้องยื่นวีซ่าแบบกลุ่มและจ่ายเงินค่าวีซ่า
  4. ส่งพาสปอร์ตเล่มจริงทุกเล่มไปที่ศูนย์ TTservice พร้อมจ่ายเงินค่าบริการของศูนย์
  5. รอรับพาสปอร์ตคืน และรออีเมลแจ้งผล
  6. นับถอยหลังรอวันเดินทาง (กรณีวีซ่าได้รับการอนุมัติ)

ขั้นตอนที่ 1 – หัวหน้ากลุ่มสมัคร RealMe account

  • 1 Group สมัครแค่ 1 account ครับ และทุกคนใน Group ก็ใช้ username และ password เดียวกันในการ submit ใบคำร้องขอวีซ่าของตัวเอง
  • เข้าไปที่เว็บไซด์ตาม ลิงค์นี้
  • คลิ๊ก “Apply Now” แล้วไปที่แถบสีฟ้าเพื่อ log in หรือ สมัคร account (ตามรูปด้านล่าง) และ ทำตามขั้นตอนจนเสร็จ

 

ขั้นตอนที่ 2 – กรอกข้อมูลของแต่ละคนในกลุ่ม

หลังจาก log in เข้า RealMe แล้ว จะมีปุ่มในเลือก ไม่ต้องงงครับ สนใจแค่ 2 ปุ่ม คือ

  • ปุ่ม Visitor Visa สำหรับกรอกและ submit ข้อมูลส่วนตัวของแต่ละคน
  • ปุ่ม Group Application สำหรับหัวหน้ากลุ่ม submit คำขอของทุกคนซึ่งจะทำหลังจากที่ทุกคน submit เอกสารของตัวเองเรียบร้อยหมดแล้ว
  • กรอกข้อมูลและ upload เอกสารให้ครบถ้วน
  • ไม่ต้องกรอกให้เสร็จในครั้งเดียวก็ได้ สามารถเข้ามา edit หรือเพิ่มเติมได้ภายหลัง ตราบใดที่เรายังไม่ได้กด Submit ในหน้าสุดท้าย
  • หัวข้อ “Will this application be submitted together with other visa applications as part of a group?” ให้ตอบ “Yes” ถ้าเผลอไปสมัครแบบเดี่ยวจะโดนคิดค่าธรรมเนียมแบบเดี่ยวนะครับ
  • พอเสร็จ จะเข้าสู่หน้า Payment ซึ่งตรงนี้จะยังไม่โดนเก็บเงินนะครับ เขาจะให้ Submit เพื่อรอให้หัวหน้ากลุ่มรวบรวมไปยื่นแบบ group ต่อไปและจ่ายทีเดียว ถ้าโดนเก็บเงินตรงขั้นตอนนี้แสดงว่าอาจกรอกผิดบางขั้นตอน
  • Status ในตาราง (รูปด้านล่าง) – “Unsubmitted” หมายถึง กรอกข้อมูลแล้วแต่ยังไม่ได้ submit ซึ่งเราสามารถเข้าไปแก้ไขข้อมูลได้ ส่วน “Ready for group” คือ submit เรียบร้อยพร้อมที่จะให้หัวหน้ากลุ่มเดินเรื่องต่อได้

ขั้นตอนที่ 3 – หัวหน้ากลุ่ม submit คำร้อง

  • ขั้นตอนนี้ทำโดยหัวหน้ากลุ่มคนเดียว
  • เขาจะให้เลือกว่าจะยื่นของสมาชิกคนไหนบ้าง เราก็ติ๊กเลือกรายชื่อไป และให้ระบุว่าใครเป็นหัวหน้ากลุ่ม
  • มีให้ upload เอกสารเพิ่มเติมเล็กน้อย คือ แผนการเดินทาง ถ้ามี cover letter ด้วยก็ได้ (จดหมายบรรยายว่าเราจะไปเที่ยวช่วงวันไหนถึงวันไหน ใครไปบ้าง เราจะเข้าออกประเทศพร้อมกัน อะไรประมาณนั้น)
  • หลังจากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนจ่ายเงิน สะดวกสุดก็จ่ายผ่านบัตรเครดิต
  • เสร็จแล้วจะเข้าสู่หน้ายืนยัน ให้ print หน้านี้ออกมา (รูปด้านล่าง) เพื่อแนบไปในขั้นตอนที่จะส่งพาสปอร์ตทางไปรษณีย์

ขั้นตอนที่ 4 – ส่งพาสปอร์ตของทุกคนทางไปรษณีย์

ข้อมูลการส่งเอกสารและราคา processing fee ดูตาม ลิงค์นี้ ครับ เผื่อมีการเปลี่ยนแปลง

ส่งพาสปอร์ตเล่มจริงของทุกคนไปที่ TT Service New Zealand ทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ที่ระบุในหน้ายืนยันด้านบนครับ ขั้นตอนนี้สามารถไปยื่นด้วยตัวเองที่ศูนย์ก็ได้ แต่! ค่าธรรมเนียมแพงกว่าส่งทางไปรษณีย์ เอกสารที่ต้องส่งมีดังนี้ครับ

  1. พาสปอร์ตเล่มจริงของทุกคนในกลุ่ม
  2. หน้ายืนยันการยื่นคำร้องที่ print ออกมา (ตามรูปในขั้นตอนที่ 3)
  3. Check list ระบุรายการเอกสารที่เราส่งไปและข้อมูลการติดต่อของหัวหน้ากลุ่ม >>> ดาวน์โหลดเอกสารได้ที่ ลิงค์นี้
  4. หลักฐานการโอนเงินค่า processing fee แต่ถ้าจะชำระผ่านบัตรเครดิต ให้กรอกข้อมูลใน Credit Card Authorization Form แนบไป แล้วเขาจะตัดบัตรเราหลังจากที่เขาได้เอกสารแล้ว >>> ดาวน์โหลดเอกสารได้ที่ ลิงค์นี้

ขั้นตอนที่ 5 – รอ รอ รอ

  1. จากนั้นก็รอครับ หลัง TT Service ได้รับพาสปอร์ตเรา วันรุ่งขึ้นเขาจะอีเมลมาบอกรายละเอียดต่างๆ เราสามารถติดตามสถานะเอกสารและพาสปอร์ตของเราได้ที่ ลิงค์นี้ ครับ ว่าทางศูนย์ส่งให้ทางสถานฑูตดำเนินการหรือยัง
  2. แต่ถ้าจะติดตามสถานะของวีซ่าหลังจากที่ศูนย์ส่งเรื่องเรียบร้อยแล้ว ให้ตามที่เว็บของ immigration ได้เลย (กด log in ด้านมุมบนขวา เลือก visitor visa และใส่ RealMe account เดิม ตามรูปล่างครับ)

 

  • หากเขาต้องการเอกสารเพิ่มเติม เขาจะอีเมลมาแจ้งเราอีกที ดังนั้น อย่าลืมเช็คอีเมลตัวเองด้วย (junk mail ด้วยนะครับ)
  • เมื่อได้รับอีเมลว่าได้วีซ่าแล้ว (เย่) ให้เข้าไปดาวน์โหลดเอกสารและ print ติดตัวไว้ เผื่อได้ใช้ตอนผ่าน ตม.
  • ปัญหาอยู่ที่ว่า “รอนานแค่ไหน” อันนี้ตอบยากครับ แล้วแต่ช่วงและดวงเลย แต่ส่วนใหญ่จะช้า บางคน 5 วันก็อนุมัติแล้ว บางคนรอไปถึง 40 วัน!!
  • ช่วง high season ของการขอและรอนานที่สุดเขาว่าเป็นช่วง พ.ย. – มี.ค. สามารถเข้าไปดูสถิติเฉลี่ยของช่วงนั้นว่ารอกี่วันถึงจะอนุมัติที่เว็บของ immigration ตัวอย่างของรูปล่างเป็นช่วงที่ผมขอคือปลายเดือนกันยายน 2562 จะเห็นว่าไม่ได้เร็วแบบวีซ่าเชงเก้นหรือประเทศอื่นๆ นะครับ
  • หากนานผิดปกติ ลองโทรหรืออีเมลไปถามได้ตาม ลิงค์นี้ ครับ

 

  • ของผมยื่นเรื่องประมาณปลายเดือน ก.ย. ใช้เวลารอทั้งหมด 14 วันทำการนับจากวันที่เขาส่งเรื่องให้ทาง immigration พอได้แล้วเขาจะส่งอีเมลมาบอกว่ามีเอกสาร upload ไว้ใน account ที่เราสมัครไว้ เราก็กดตาม link เข้าไปดู จะเห็นเอกสารที่ชื่อ “Letter from immigration New Zealand” (ตามรูป) เราก็กดดาวน์โหลดแล้ว print เก็บไว้เผื่อเขาขอดูตอนผ่าน ตม.
eVISA มีหน้าตาแบบรูปด้านล่าง ให้ print ออกมาเก็บไว้ตอนผ่าน ตม.

 

ดังนั้นแนะนำว่ารีบขอแต่เนิ่นๆ ครับ เริ่มขอได้ 90 วันก่อนการเดินทาง ไม่แนะนำให้ขอช้ากว่า 30 วันก่อนเดินทางครับ หลายคนวืดวีซ่ามาแล้ว

ขั้นตอนที่ 6 – ตะลุยนิวซีแลนด์

ได้วีซ่าแล้วก็นับวันรอออกเดินทางกันเลย! ยังครับ ผมยังไม่ได้ไป อีกสองเดือนนู่น ช่วงต้นเดือนธันวาคมพอดี เป็นช่วงเข้าฤดูร้อนของที่นั่น หวังว่าฟ้าจะใส ดอกไม้จะบาน ถ้าไปแล้วคืบหน้าอย่างไรจะมาเล่าให้ฟังอีกทีครับ

About Breathe My World 9 Articles
A man who love travelling the world.

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*