Aloha! Hawaii (EP. 1 เกริ่นนำ อะไร ยังไง ทำไมต้องมา)

ช่วยไลค์ช่วยแชร์ครับ

 

ฮาวาย 🏝 ก่อนไป…ที่เที่ยวหลายที่ก็คล้ายเมืองไทยนะ หลังกลับมา…ก็คล้ายเมืองไทยอยู่ดี 🤣 ลองมาดูกันครับ ว่าจะมีอะไรให้เที่ยวบ้าง เรื่องยาว ขอแบ่งเป็นหลายตอนตามเกาะที่ไป สำหรับตอนแรกเริ่มด้วยข้อมูลเบื้องต้นกันก่อน เพราะรายละเอียดมีบางอย่างแตกต่างกับอเมริกาส่วนของ mainland ที่เราคุ้นเคยกันอยู่บ้าง

📍 หมู่เกาะฮาวายมี 8 เกาะ 🏝 แต่ที่นักท่องเที่ยวนิยมก็มี 4 เกาะด้วยกัน คือ Oahu (โอวาฮู), Maui (เมาวอิ), Big Island และ Kauai (คาวาอิ) งงอยู่นานว่าจะเลือกไปเกาะไหนบ้างในเวลาที่จำกัด (10 วันไม่รวมวันเดินทาง) 

📍 สุดท้ายมาจบที่ Oahu, Maui และ Big Island ครับ ถือว่าตัดสินใจไม่ผิด เพราะ 3 เกาะนี้ให้อารมณ์และสภาพภูมิประเทศได้ครบแบบที่ฮาวายเป็นเลย (สำหรับ Kauai คนที่ชอบธรรมชาติ น่าจะชอบครับ ดูรูปคนอื่นแล้วสวยมากๆๆๆ แต่จำเป็นต้องตัดออกเพราะเวลาไม่อำนวย)

🗓 ตัดสินใจเดินทางกันเดือนตุลาคม 2565 เป็นช่วงปลายฤดูร้อนของเขาพอดี (พ.ค.-ต.ค.) ถ้าไปช่วงฤดูหนาว (พ.ย.-เม.ย.) จะมีฝนเยอะหน่อย (ที่นี่มี 2 ฤดูแฮะ)

 

มีอะไรน่าสนใจ

  • กิจกรรมต่างๆ มีเยอะมาก เช่น…

 

กิจกรรมที่ Kualoa Ranch (Oahu) สถานที่ถ่ายทำหนังหลายๆ เรื่อง รวมถึง Jurassic Park ด้วย ที่นี่มีให้เลือกทั้งนั่งรถ, ขี่ม้า, ขี่จักรยาน และทัวร์ตามรอย Jurassic Park ผมเลือก Bike tour ซึ่งคิดว่าคิดถูกครับ ปั่นไม่เหนื่อย (มีมอเตอร์ไฟฟ้าช่วย ขึ้นเขาสบายๆ) วิวสวย สนุกกว่านั่งรถชมวิวธรรมดาแน่นอน

 

Helicopter tour (Maui) ถามว่าคุ้มไหม…(เงียบ 555 แต่มาครั้งเดียวในชีวิต กลับไปจะได้ไม่เสียดายครับ) มีให้เลือกทุกเกาะ ผมเลือกที่ Maui ชมชายฝั่งแถบ Hana และยอดเขาภูเขาไฟ Haleakala

 

อีกกิจกรรมที่อยากลอง คือ Shark Cage ดำตื้นๆ ลงไปใกล้ชิดกับฉลาม เราอยู่ในกรง ให้ฉลามมาว่ายดู 555 ก็คุ้มนะครับสำหรับคนที่ดำน้ำไม่เป็นแต่อยากใกล้ชิด (ใกล้มากจริงๆ) ในรูปคือทัวร์ที่ Haleiwa (Northshore, Oahu)

 

  • ทะเลสวยทุกเกาะ สีสวย น้ำใส แต่ละเกาะมีกิจกรรมทางน้ำให้ทำทุกเกาะ ที่นิยมกันก็เล่น surf, snorkeling, ล่องเรือ, ดำน้ำ ฯลฯ เล่นกันไม่หมด (ถ้าเล่นหมดคงจนตายพอดี เพราะแต่ละอย่างแพงมากกก)

พิกัด Halona Blowhole Lookout

 

  • หาดทรายหลากหลายสี ทั้งเหมือนชายหาดทั่วไป, หินภูเขาไฟ, Black sand, Red sand และ Green sand

ชายหาดที่เต็มไปด้วยหินภูเขาไฟ (พิกัด Maui)

 

Black Sand Beach (พิกัด Wai’anapanapa State Park ที่ Maui)

 

Red Sand Beach (พิกัด Koki Beach ที่ Maui)

 

  • เป็นสวรรค์ของนักเล่นเซิร์ฟ

 

  • มีเทรลให้เดินเยอะมากกก ตามสไตล์ที่เที่ยวในอเมริกา วิวก็สวยงามแตกต่างกันไป (ดูรูปแล้วอย่าอุทานว่า…เมืองไทยก็มี ญี่ปุ่นก็มี…ก็จริงครับ 555) น้ำตกที่ฮาวายก็มีเพียบ (แต่บ้านเราสวยกว่าเยอะ) 👉 ในรูปเป็น Bamboo Forest และ Waimoku Falls ที่ Pipiwai Trail (Maui)

 

พระอาทิตย์ตกที่ปากปล่องภูเขาไฟ Haleakala

 

พระอาทิตย์ตกที่ Kapalua Coastal Trail (Lahaina, Maui)

 

  • ฮาวายได้ชื่อว่าเป็นเกาะที่มีภูเขาไฟเยอะ ส่วนใหญ่จะดับไปแล้ว

 

วิวจากเครื่องบินมองเห็น Diamond Head Crater ปากปล่องภูเขาไฟที่ดับแล้วใหญ่มากที่ Oahu

 

Lava tube ที่ Hana (Maui)

 

วิวข้างทางของ Chain of Craters Road ใน Big Island ถ้ามาช่วงที่มีการปะทุแรงๆ จะมีไหลของลาวาลงทะเล ก็มีทัวร์ล่องเรือชมลาวาสีส้มๆ ไหลลงทะเลด้วย แต่ช่วงนี้ไม่มี (ครั้งล่าสุดที่มีน่าจะปี 2018)

 

วิวสุดแสนประทับใจ กับวันจบทริป ฮาวาย โชคดีฟ้าเปิดได้เห็นดาวล้านล้านดวงพร้อมทางช้างเผือก โดยมีการปะทุเล็กๆ ของภูเขาไฟเป็นฉากหน้า ที่ Volcano National Park (Big Island)

 

  • อาหาร…แพง แต่ก็มีหลายอย่างให้ลอง อย่าง Food truck, Poke bowl
Food truck

อุปสรรคของการแพลนที่เที่ยว

  • อ่านชื่อสถานที่ไม่ออก 😵 ทำให้จำไม่ได้ว่าอะไรอยู่ไหน ทำอะไรที่ไหนบ้าง จนเที่ยวเสร็จกลับมาก็ยังเรียกไม่ถูก
  • กิจกรรมต่างๆ มีเยอะมาก หลายบริษัททัวร์ ไม่รู้จะเลือกอะไร แนะนำว่าค่อยๆ ดูไปพร้อมกับแพลนสถานที่เที่ยวว่าเราจะอยู่ตรงไหน เวลาอะไร พอดีกับเวลากิจกรรมที่เลือกไหม วิวไหนที่อยากเห็น ฯลฯ ซึ่งกิจกรรมก็จะมีคล้ายๆ กันทุกเกาะ เช่น เฮลิคอปเตอร์ ดำน้ำตื้น ดำน้ำลึก ล่องเรือ Shark Cage/cageless ฯลฯ ซึ่งแต่ละกิจกรรมก็ตามมาด้วยค่าใช้จ่ายที่เราต้องชะงักไปนิดนึง 555 แต่เอาน่า ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้มา ลองดูซักหน่อย
  • หลาย National Park หรือ State Park ต้องจองก่อนนะครับ❗ ดุ่ยๆ เข้าไปไม่ได้ ดังนั้นเช็คให้ดีๆ ก่อน เช่น Hanauma Bay (ทั้ง snorkeling และ look out), Diamond Head Crater, Wai’anapanapa State Park (black sand beach) และ Haleakala Crater Sunrise

การเดินทางระหว่างเกาะ

  • หลักๆ คือ เครื่องบิน ครับ มีสายการบินให้เลือกไม่มาก แต่ที่เป็นหลัก คือ Hawaiian Airline ราคาไม่แพงมากนัก บางช่วงเวลาราคาค่อนข้างถูกเลย
  • แต่ก็มีสายการบินอื่นๆ บ้าง ที่ได้ลองใช้บริการคือ Mokulele Airline เป็นเครื่องบินเล็กแบบใบพัด ทั้งลำนั่งได้ 10 คน แต่ก็มีคนรีวิวไม่ค่อยดี อย่างชอบดีเลย์หรือยกเลิกเที่ยวบิน แต่ตอนผมบินก็ไม่มีปัญหาอะไรนะครับ ผมเลือกใช้เที่ยวบินนี้ตอนบินจาก Maui ไป Big island ซึ่งดีเลยครับ เพราะตอนบินเห็นวิวแถบ Hana ตลอดชายฝั่ง แบบไม่ต้องซื้อทัวร์เฮลิคอปเตอร์เลย (ให้เลือกนั่งฝั่งขวา)

เครื่องที่เห็นเป็นของสายการบิน Mokulele เป็นเครื่องบินเล็ก นั่งได้ 10 คน

 

นั่ง Mokulele บินที่ระดับความสูงไม่มาก ในรูปคือ บินจาก Maui ไป Big Island เห็นวิวชายฝั่ง Hana สวยมาก

 

  • ถ้าบินกับสายการบิน Mokulele เน้นว่า Terminal ของสายการบินจะแยกจาก Terminal หลักของสนามบินนะครับ (แต่ก็เดินถึงกันได้) เผื่อเวลานิดนึง เผื่อหาไม่เจอ

ที่พัก

  • โรงแรม/ห้องพักแพงมากกกก แนะนำให้จอง Airbnb ครับราคาจะไม่แรงมาก (ผมไปกัน 4 คน ราคาต่อที่ก็เกือบหมื่นหรือเกินหมื่นต่อคืน ทำเอามือสั่นเลยทีเดียวตอนกดจอง) เพราะพวก Booking, Expedia, Agoda มีที่พักให้เลือกน้อย และแพงมากกว่ามาก (มีบวกทั้ง resort fee, tax ซึ่งหลายที่ค่าพวกนี้แพงกว่าค่าที่พักอีก) แต่แนะนำว่าเวลาจะจองให้ดูหลายๆ เว็บ เพราะเจอที่นึงใน booking.com ถูกกว่าก็มีเหมือนกัน
  • จองที่พัก/โรงแรม อย่าลืมดูเรื่องที่จอดรถด้วยครับ บางที่มีที่จอด แต่❗ค่าจอดแพงมากโดยเฉพาะในเมือง Honolulu ถ้าเลือกที่มีที่จอดฟรีจะดีมาก (ที่นึงผมโดนไป 35-40 USD/วัน กุมขมับกันเลยทีเดียว)
  • จอง Airbnb อย่าลืม ตรวจสอบวิธีการ check-in, check-out ให้เรียบร้อยก่อนเดินทางนะครับ แต่ละที่ก็จะแตกต่างกันไป ส่วนใหญ่เป็นแบบ self-check in

 

Volcano House ที่ Big Island เห็นวิวปล่องภูเขาไฟได้จากในห้องนอนเลย (จองกับเว็บไซด์อุทยาน)

 

การเช่ารถ

  • การเดินทางที่สะดวกสุดก็ เช่ารถครับ ถ้าไม่เช่า ก็ใช้บริการ Uber หรือ เลือกทัวร์ที่มารับที่โรงแรมได้เหมือนกัน แต่ก็อาจไม่คล่องตัวนัก
  • ค่าเช่ารถก็แพง 👉 ผมแนะนำแอพ “Turo” ครับ รถดีราคาถูกกว่า ค่าประกันก็ถูกกว่า จองจบครบในคลิ๊กเดียว ไม่มีจ่ายเพิ่ม ไม่ต้องไปลุ้นราคาประกันที่หน้าเคาน์เตอร์เหมือนจองผ่านบริษัทที่สนามบิน
  • เนื่องจากส่วนใหญ่รถในแอพ Turo จะเป็นรถส่วนตัว เจ้าของปล่อยให้เช่า ดังนั้นก็จะมีกฎที่แตกต่างกันไป บางคนให้ล้างรถ/ดูดฝุ่นก่อนคืน ถ้าสกปรกมากจะปรับ ฯลฯ ดังนั้นอ่านให้ดีๆ ก่อนนะครับ แนะนำให้เลือกกับเจ้าที่มีรถหลายๆ คันให้เลือก (ดูได้โดยกดที่รูป profile เขา จะเห็นว่าเขามีรถหลายคันใน list) พวกนี้จะไม่ค่อยเรื่องมากเกี่ยวกับการล้างรถ ดูดฝุ่น หรืออะไรจุกจิกเท่าไร

 

  • ให้เลือกประกันแบบ premium protection ไปเลย บางทีขับระวังแค่ไหนก็มีเหตุไม่คาดคิดได้เสมอ ทั้งเฉี่ยวชน หรือกรณีผม ขับไปเหยียบหินก้อนเบ้อเริ่มที่ตกมาจากเขา ยางแตกซะงั้น จะได้ไม่ต้องมากังวลเรื่องค่าซ่อม คืนรถก็ง่าย ไม่ต้องเช็คอะไรมากมาย
  • ที่ฮาวายเขามีกฎว่า พวกรถเช่าที่ไม่ได้เป็นบริษัทหลักๆ ที่เราเห็นในสนามบิน จะเอารถเข้ามาในสนามบินไม่ได้ ดังนั้น หลายเจ้าจะนัดรับข้างนอกสนามบิน หรือมาจอดทิ้งไว้ในสนามบินให้เรา แล้วเราก็เดินไปรับรถ แล้วเขาจะปลดล็อคให้ (remote unlock) เป็นต้น ดังนั้น อย่าลืมตรวจสอบวิธีการรับรถ คืนรถให้ดีก่อนวันเดินทาง นะครับ ปล. ถ้าเขามาจอดทิ้งไว้ในสนามบิน บางครั้งเราต้องจ่ายค่าจอดรถเองนะครับ (ผมโชคดีหน่อย เขาวางเงินค่าจอดรถให้ในรถเลย)
  • เช็ครายละเอียดจุกจิกให้ดี เช่น ค่าจอดรถในสนามบินที่เราต้องออกเอง, ค่าส่งรถ, ไมล์จำกัดหรือไม่ (ควรเลือกแบบ unlimited), การคืนรถต้องล้างรถไหม ชนิดน้ำมัน (อย่าเติมผิดนะครับ) ฯลฯ ไม่งั้นอาจโดนปรับย้อนหลังได้ครับ

 

เลือกทัวร์/กิจกรรม

  • ไม่มีทริคอะไรเลย 😅 เพราะงงเหมือนกัน ต้องดูว่าวันไหนอยู่ไหน ไปแถวไหนบ้าง แล้วมาหาๆ ดูว่ามีทัวร์กิจกรรมอะไรที่เราสนใจแล้ว match กับที่ๆ จะไปและเวลา แล้วดูรีวิวตาม tripadvisor ประกอบ
  • จองออนไลน์ก่อนไป ก็อุ่นใจดี เพราะหลายทัวร์ที่เขานิยมกัน มักจะเต็ม แต่ถ้ามีเวลายืดหยุ่นได้ ก็ลองไปหาตามบูธหรือ agency ที่อยู่ตามเมืองดูครับ เพราะสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ ต่อรองราคาได้ เกือบทุกทัวร์/กิจกรรมจะมีส่วนลด มากน้อยแล้วแต่ปัจจัย (อย่างที่ผมไป Maui มีทัวร์เฮลิคอปเตอร์ลดให้คนละ 100 USD! แต่ต้องอุทิศตนไปฟังการขายแพคเกจของเครือโรงแรมแห่งหนึ่ง (timeshare) 2-3 ชม. ถ้ามีเวลาก็คุ้มอยู่ครับ (ฟังเสร็จสุดท้ายก็บอกเขาว่าไม่เอา 😭))

 

คอยติดตามตอนต่อไปครับ แล้วจะรู้ว่า ถึงจะหลงมาฮาวาย (ที่เอ๊ะ เหมือนเมืองไทยแล้วจะมาทำไม) ก็ยังได้ความประทับใจกลับไปไม่น้อยเลย

 

About Breathe My World 19 Articles
A man who love travelling the world.